หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที เจาะอุปสรรค ข...

เจาะอุปสรรค ขวางไทยพัฒนา สู่เทคโนฯยุค5G

7.03.18 | 11:41 น.

ความถี่เป็นปัจจัยที่สำคัญในการไปสู่ 5G โดยผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องใช้ความถี่จำนวนมาก องค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ที่ทำหน้าที่จัดสรรความถี่มีภารกิจที่จะต้องนำเอาความถี่มาจัดสรรเข้าไปในอุตสาหกรรมให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ประกอบการในการพัฒนาโครงข่ายไปสู่ 5G

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์การจัดสรรความถี่ในอดีตที่ผ่านมาทั้งกรณีคลื่น 900 และ 1800 MHz รวมทั้งการพัฒนาไปสู่ 3G และ 4G บนความถี่ของผู้ประกอบการรายอื่นที่มีลักษณะ ผู้กักตุนความถี่ (Spectrum Hoarder) รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้น จะเป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับประเทศไทยที่จะก้าวผ่านไปสู่ 5G

กล่าวโดยสรุปประเด็นที่สำคัญมีดังนี้

1.ประเด็นด้านราคาในการจัดสรรความถี่ เป็นราคาที่สูงเกินกว่าการที่จะสามารถทำธุรกิจได้ มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาที่เสนอในการประมูลคลื่น 900 และ 1800 MHz เป็นการให้ราคาแบบ Predatory Pricing เป็นการให้ราคาเพื่อกีดกันรายใหม่ หรือฆ่ารายเก่าให้ออกจากตลาด ทำให้การแข่งขันในตลาดลดลง โดยมีข้อสังเกตของราคาที่สูงเกินจริงมีดังนี้

a.ราคาของความถี่สูงกว่าต้นทุนในการลงทุนสร้างโครงข่ายเพื่อใช้ความถี่นั้น

Advertisement

b.การไม่มีแผนจัดสรรความถี่สำหรับความถี่อื่นๆ ในอนาคต ทำให้ราคาในการประมูลสูงเพราะทำให้เกิดความไม่แน่นอน (Uncertainty) แต่ด้วยการสร้างความไม่แน่นอนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานย่อมส่งผล
กระทบอย่างร้ายแรงต่อทิศทางการลงทุนและพัฒนาประเทศ ผู้ประกอบการจะไม่สามารถวางแผนการลงทุนในระยะยาวได้ การรับการจัดสรรความถี่จะอยู่ในสภาพ Die fast or Die slow

c.การสูญเสียความน่าสนใจในการระดมทุนเพื่อสร้างโครงข่าย ในการประมูลคลื่น 900 และ 1800 MHz ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าภาครัฐจะได้รับผลประโยชน์เป็นจำนวนมากกว่าแสนล้านบาท แต่ในอีกมิติหนึ่งธุรกิจอุตสาหกรรมโทรคมนาคมประเทศไทยได้มีการเสียมูลค่าการระดมทุนไปหลายแสนล้านบาท มีการประเมินว่าอาจสูงถึงสี่แสนล้านบาทที่นักลงทุนได้มีการขายทิ้งหุ้นของผู้ประกอบการโทรคมนาคมของประเทศไทย

d.การพัฒนาของเทคโนโลยี 4G ที่สามารถให้บริการได้บนความถี่ประเภท Unlicensed Spectrum ภายใต้หัวข้อ LTE in Unlicensed spectrum ที่สามารถทำได้ในรูปแบบ LTE-U ภายใต้มาตรฐาน 3GPPP Rel. 10/11/12 และ LAA (Licensed-Assisted Access) ภายใต้ 3GPP Rel.13 รวมทั้งการเกิดขึ้นของ Multefire ที่เป็น LTE based Technology ที่อยู่เฉพาะ Unlicensed spectrum เท่านั้นจะทำให้ใครๆ ก็ได้สามารถให้บริการ LTE โดยไม่ต้องรอรับการจัดสรรความถี่ผ่านการประมูล ด้วยการมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้ย่อมส่งผลเป็นนัยสำคัญต่อราคาความถี่ และด้วยความไม่ชัดเจนในนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ย่อมทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการประมูลขึ้น ผลก็จะได้ราคาในการประมูลที่สูงเกินจริง แต่ย่อมทำลายอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในอนาคตได้

2.ประเด็นด้านการแข่งขันที่เป็นธรรม ตามที่ได้กล่าวแล้วก่อนหน้านี้องค์กรกำกับดูแลควรให้ความสนใจการแข่งขันในตลาด มากกว่าการแข่งขันในการประมูลความถี่
(หรือการแข่งขันเพื่อเข้าสู่ตลาด)

ความสำคัญของการจัดสรรความถี่ ควรคำนึงถึงการที่ผู้ประกอบการจะมีความถี่ที่พอเพียงเท่าๆ กัน และมีต้นทุนความถี่ที่ใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการรับการจัดสรรความถี่ที่ผ่านการประมูลจะทำให้เกิดสภาพที่มีความเป็นธรรม แต่กลับมีช่องทางให้ผู้แข่งขันในตลาดเข้าสู่ความถี่ผ่านผู้กักตุนความถี่ (Spectrum Hoarder) ทั้งในกรณี 2.3GHz, 2.1GHz และ 850MHz ทำให้ผู้เล่นในตลาดเกิดความไม่เป็นธรรมทั้งในเรื่องจำนวนและต้นทุนความถี่

เปรียบเสมือนเราต้องการการแข่งขันของรถแข่ง แต่การเติมน้ำมันให้รถแต่ละคันมีจำนวนไม่เท่ากันและต้นทุนไม่เท่ากัน

ความเป็นธรรมในการแข่งขันรถแข่งย่อมไม่เกิด และจะเป็นอีกอุปสรรคที่จะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาเข้าสู่ 5G ได้

3.การจัดสรรความถี่ในอนาคต การกำหนดราคาการเริ่มต้นการประมูลจะเป็นประเด็นที่สำคัญ

a.ถ้าการกำหนดราคาเริ่มต้นถ้าใช้ฐานราคาจากการประมูล 900 และ 1800MHz อาจทำให้ไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศ และเมื่อไม่มีผู้สนใจจะต้องทำการเว้นช่วงการจัดสรรออกไป ย่อมส่งผลกระทบต่อการสูญเสียโอกาสของประเทศที่จะนำความถี่มาใช้งาน กอปรเมื่อเวลาผ่านไปความถี่ใหม่ๆ จะออกมามากขึ้น สถานการณ์มีความถี่แต่ไม่สามารถจัดสรรได้ ด้วยกำแพงของราคาที่สูงเกินจริง

b.ถ้าการกำหนดราคาเริ่มต้นใช้ฐานราคาต่ำกว่าการประมูล 900 และ 1800MHz ย่อมสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ชนะการประมูลที่ผ่านมา สร้างความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการจะพยายามแสวงหาการได้มาความถี่ผ่านวิธีการอื่นๆ หรือมีการฟ้องร้องทำให้ระยะเวลาการจัดสรรความถี่ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดยิ่งทอดนานออกไป การพัฒนาไปสู่ 5G ของประเทศไทยยิ่งสูญเสียโอกาสมากขึ้น

ประเด็นเหล่านี้ตามที่กล่าวมาเป็นข้อกังวลต่อประเทศไทยที่กำลังสูญเสียโอกาสสร้างศักยภาพการแข่งขัน ไม่เฉพาะต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมเท่านั้นที่จะเกิดผลร้าย เพราะกิจการโทรคมนาคมเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศย่อมส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศเป็นจำนวนมาก

ถ้ากิจการพื้นฐานไม่มีความมั่นคง แน่นอนการพัฒนาของประเทศก็ย่อมมีปัญหาตามมา

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันผลกระทบรุนแรงยังไม่เกิดขึ้น แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะเกิดขึ้น การแก้ปัญหาด้วยหลักการ Relicensing อาจต้องมีการวางแผนล่วงหน้า แต่การกำหนดมิติต้องมีองค์ประกอบประเด็นต่างๆ ที่ครบถ้วน มิได้นำเฉพาะประเด็นราคามาประเมินเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน

และให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของความถี่ได้รับประโยชน์จากการจัดสรรความถี่มากที่สุด