นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เทียบเดือนมกราคม 2561 ปรับตัวลดลงทุกรายการ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ลดลงอยู่ที่ระดับ 79.3 จาก 80 ซึ่งลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน ลดลง 53.8 จาก 54.7 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต 90.2 จาก 90.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม 66.2 จาก 67 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำ 74.2 จาก 74.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต 97.4 จาก 98
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ที่ดัชนีลดลงทุกรายการ เนื่องจากประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองและปัจจัยทางการเมืองที่อาจจะมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และเกิดคำถามว่าจะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองตามมาหรือไม่ ประกอบกับแม้ราคาพืชผลเกษตรบางตัวดีขึ้น เช่น ข้าว แต่ประโยชน์ไม่ได้ตกสู่ชาวนา ราคาที่เพิ่มขึ้นโรงสีได้ประโยชน์ ส่วนพืชเกษตรอื่นๆ เช่น ยางพารา ทรงตัวระดับต่ำ ทำให้กำลังซื้อทั่วไปในต่างจังหวัดขยายตัวไม่มาก มีความกังวลเรื่องการแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลลบต่อการส่งออก ประชาชนยังรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น และเม็ดเงินงบประมาณจากภาครัฐยังกระจายลงไปไม่ทั่วถึง และรายได้จากภาคธุรกิจยังกระจุกตัว
“ดัชนีที่ลดลง และอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าประชาชนยังระมัดระวังจับจ่าย และเป็นจุดสังเกตที่ทำให้แปลกใจ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตขึ้น และมีปัจจัยบวกที่มีน้ำหนักหลายปัจจัย เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจต่อเนื่อง การส่งออกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่รายได้ยังกระจายไม่ทั่วถึง เป็นการโตแบบกระจุกตัว เชื่อว่าดัชนีที่ลดลงจะเป็นสัญญาณระยะสั้นที่เกิดขึ้นเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์”
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ต้องติดตามดูความชัดเจนของดัชนีฯใน 2-3 นี้ก่อนว่าเป็นอย่างไร หากเม็ดเงินงบประมาณจากภาครัฐยังเคลื่อนสู่ระดับรากหญ้าช้า ราคาสินค้าเกษตรยังทรงตัวระดับต่ำ และสัญญาณต่างๆ ไม่ได้คลายตัว มีความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์การเมืองและการเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจน รวมถึงขณะนี้ภาคธุรกิจหลายส่วนกำลังปรับโครงสร้างรับต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้จ้างงานเพิ่ม อาจทำให้ประชาชนยังมีความกังวล ดัชนีฯอาจลดลงต่อในเดือนมีนาคมนี้ และอาจซึมลงต่อเนื่อง จึงขอดูถึงปลายไตรมาส 2 นี้ว่าดัชนี จะมีทิศทางและความชัดเจนอย่างไร หาก 3 เดือนยังลดลงต่อเนื่อง ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีดัชนีด้านอื่นๆปรับลดลงทั้งหมด ได้แก่ ดัชนีความเหมาะสมการซื้อรถยนต์คันใหม่ในปัจจุบันปรับลดลง 84.9 จาก 87.5 ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่ 63 จาก 66 ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว 67 จาก 70.4 ดัชนีความเหมาะสมในการลงทุนทำธุรกิจของเอสเอ็มอี 44.9 จาก 47.7 ดัชนีวัดความสุขในการดำรงชีวิต 81.3 จาก 84.3 ดัชนีภาวะค่าครองชีพ 66.4 จาก 70.5 ดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดใ 67.6 จาก 71.8 และดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง อยู่ที่ 83 จาก 86.2

