นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารและ จูเลียส แบร์ กรุ๊ป จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งดำเนินธุรกิจบริการด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารความมั่งคั่ง อยู่ระหว่างจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ทุนจดทะเบียน 1,800 ล้านบาท สัดส่วนธนาคารถือหุ้น 60% และจูเลียส แบร์ 40% ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตจัดตั้งจากธนาคารแห่งประเทศไทยและขอใบอนุญาตจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์(บล.) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) คาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้แล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ หรือต้นปี 2562 โดยบริษัทร่วมทุนจะให้บริการบริหารความมั่งคั่งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง หรือมีสินทรัพย์การลงทุนตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงในไทยมีอยู่กว่า 30,000 ราย และมีสินทรัพย์รวมกันกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารจะดำเนินธุรกิจและหาลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ ตั้งเป้าหมายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ(เอยูเอ็ม) ระยะ 5 ปี 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 9 แสนล้านบาท โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้ธนาคารดีและคาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้ให้ธนาคารในอนาคตด้วย ทั้งนี้ การร่วมทุนดังกล่าวจะไม่ทับซ้อนกับธุรกิจไพรเวทแบงก์กิ้งของธนาคาร เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์การลงทุนตั้งแต่ 2-50 ล้านบาท ธนาคารตั้งเป้าหมายลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งภายใน 5 ปี มีลูกค้าเพิ่มเป็น 12,000 คน เอยูเอ็มรวม 1.56 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันที่มีจำนวนลูกค้า 8,000 ราย และเอยูเอ็มรวม 6.3 แสนล้านบาท
นายเบอร์นฮาร์ด โฮดเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จูเลียส แบร์ กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะเข้ามาทำธุรกิจในภูมิภาคนี้ในระยะยาว ซึ่งมองเห็นโอกาสในไทย เพราะตลาดผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงในไทยมีความน่าสนใจ และกลุ่มคนเหล่านี้ต่างก็มองหาโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศและขยายพอร์ตการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งการร่วมทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งจากสวิตเซอร์แลนด์ จะสามารถนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินและการลงทุนให้แก่ลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

