หน้าแรก เศรษฐกิจ กกพ.จับตาเอกช...

กกพ.จับตาเอกชนผลิตโซลาร์รูฟใช้เอง ต้นทุนไม่ถึง3บาท

11.03.18 | 17:28 น.

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ผลิตไฟใช้เอง(ไอพีเอส) มีการผลิตไฟประมาณ 2,600 เมกะวัตต์ จำนวนดังกล่าวเป็นสัดส่วนจากพลังงานทดแทน 900 เมกะวัตต์โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย(โซลาร์รูฟท็อป) ที่เอกชนมีแนวโน้มหันมาติดตั้งผลิตเองใช้เองมากขึ้นต่อเนื่องเพราะต้นทุนผลิตค่าไฟเฉลี่ยเหลือเพียง 3 บาทต่อหน่วยและคาดว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องจะทำให้ถูกลงอีกในอนาคต

“ขณะนี้มีเอกชนแจ้งขอติดตั้งเพื่อผลิตโซลาร์รูฟท็อปเฉลี่ย 4-5 เมกะวัตต์ต่อเดือนเข้ามาต่อเนื่องเช่น อาทิ กลุ่มเทสโก้โลตัส บุญถาวร กลุ่มเซ็นทรัล โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ จะติดตั้งไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ และพบว่าเอกชนเริ่มหันมาทำโซลาร์รูฟท็อปในรูแบบ ไพรเวทพีพีเอ หรือ สัญญาระหว่างเอกชนด้วยกันที่จะให้เช่าหลังคาแล้วขายให้ในราคาถูกกว่าที่ซื้อจากการไฟฟ้า ซึ่งทางกกพ.มีระเบียบรองรับในเรื่องนี้แล้ว ส่วนโซลาร์รูฟท็อปเสรี นั้น ต้องรอนโยบายจากกระทรวงพลังงานก่อน ว่าจะเปิดรับซื้อมากน้อยเพียงใด” นายวีระพล กล่าว

ทั้งนี้ จากแนวโน้มกลุ่มผู้ผลิตไฟใช้เองมีเพิ่มขึ้นทำให้ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กำลังพิจารณาในเรื่องของปริมาณไฟฟ้าสำรองซึ่งจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า(พีดีพี)ฉบับใหม่ว่าควรจะกำหนดสำรองไฟฟ้าของกฟผ.ให้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ระดับ15%ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเนื่องจากพลังงานทดแทนไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงทำให้ไม่มีความมั่นคงต่อระบบโดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อป ที่จะเดินเครื่องได้เฉพาะกลางวันที่มีแสงอาทิตย์เพียงพอ

สำหรับปัจจุบันพลังงานทดแทนมีการขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(ซีโอดี) แล้วปริมาณ 7,542 เมกะวัตต์ อีกส่วนมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(พีพีเอ)1,562 เมกะวัตต์ จำนวนมีหนังสือตอบรับซื้อไฟแล้ว 717 เมกะวัตต์คาดว่าจะทยอยเข้าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยเป้าหมายปี 2563 จะมีพลังงานทดแทนเข้าระบบมีทั้งสิ้น 9,821 เมกะวัตต์หรือคิดเป็น 58.5% ของแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(เออีดีพี2015) ที่ตั้งเป้าหมายผลิตไฟจากพลังงานทดแทนทั้งสิ้น 16,778 เมะกะวัตต์ในปี 2579

นายวีระพล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีสำนักงานกกพ. ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามโครงการจัดหาไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน ในรูปแบบรับซื้อตามต้นทุนแท้จริง(เอฟไอที) เพื่อรับซื้อไฟฟ้าจำนวนประมาณ 78 เมกะวัตต์ โดยเปิดให้ยื่นคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2560-30 มีนาคม 2561 กกพ.กำลังพิจารณาที่จะประกาศเลื่อนระยะเวลาออกไปอีกเร็วๆ นี้

Advertisement

” จะพิจารณาก่อนว่าจะเลื่อนออกไปแค่ไหน เพราะต้องหารือกับกระทรวงมหาดไทยที่ยังติดปัญหาเรื่องพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โดยขณะนี้การรับซื้อไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม 50 เมกะวัตต์ครบแล้ว ส่วนขยะชุมชนเป้าหมาย 500 เมกะวัตต์เข้าระบบแล้ว 390 เมกะวัตต์ และยังมีอีก 78 เมกะวัตต์ที่เตรียมเข้าระบบ ทั้งนี้ ต้องรอแผนเออีดีพีที่กำลังปรับใหม่ให้สอดรับกับพีดีพีว่าจะปรับการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะเพิ่มหรือไม่ ซึ่งเอกชนเองเคยระบุว่าปริมาณขยะยังมีอีกมากมีโอกาสเพิ่มได้อีกเท่าตัว “นายวีระพล กล่าว

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กล่าวว่า พพ.อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี เบื้องต้นคาดว่าจะมีราคารับซื้อไฟเข้าระบบในอัตราที่ต่ำกว่าที่กฟผ.จำหน่ายและปริมาณจะมากกว่า 300 เมกะวัตต์คาดว่าจะได้ข้อสรุปเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ในช่วงเมษายนนี้