นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีมีผู้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ารถแท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน มฉ 936 กรุงเทพมหานคร มีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้โดยสารชาวสวิตเซอร์แลนด์ เรียกเก็บค่าโดยสารจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปลายทางโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ย่านสาทร เป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท ว่า กรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้กองตรวจการขนส่งทางบกเรียกตัว นายพิพัฒน์พล ใจคำ ผู้ขับรถแท็กซี่เข้ารายงานตัวทันทีในวันที่ 29 มีนาคม พร้อมร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวสอบสวนกรณีดังกล่าวโดยละเอียด ทั้งนี้พบว่าผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวเป็นผู้มีใบอนุญาตขับรถทุกประเภท เลขที่ 4กท.01282/52 สิ้นอายุวันที่ 4 สิงหาคม 2561 และได้ให้การรับสารภาพว่ากระทำผิดจริงตามที่ปรากฏเป็นข่าว ทาง ขบ.จึงดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทุกประเภททันที ในฐานความผิดทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ และเปรียบเทียบปรับตามมาตรา 66/5 ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ ข้อหาเรียกเก็บค่าโดยสารเกินที่กฎหมายกำหนดเป็นเงินอีก 3,000 บาท พร้อมส่งตัวเข้ารับการอบรมการให้บริการที่ดี และบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ
“ขบ.ได้เพิ่มความเข้มข้นมาตรการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับการเรียกเก็บอัตราเกินราคา การปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร และการทิ้งผู้โดยสาร มีมาตรการลงโทษขั้นสูงสุดทันที ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงโทษพักใช้ใบอนุญาตขับรถไปแล้วจำนวน 266 ราย และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถอีกจำนวน 5 ราย” นายสนิทกล่าว
นายสนิทกล่าวว่า หากพบเห็นการให้บริการรถแท็กซี่ไม่เป็นธรรม เอาเปรียบผู้โดยสาร สามารถร้องเรียนมายังกรมการขนส่งทางบกได้ทันที โดยระบุรายละเอียดรถและผู้ขับรถคันที่กระทำความผิด เช่น หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ ซึ่งจะทำให้กระบวนการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โดยสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน ทางโทรศัพท์สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง, ผ่านทางเว็บไซต์ที่ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/, ผ่านทาง E-mail ที่ [email protected], หรือร้องเรียนผ่านทาง application ชื่อว่า “ร้องเรียนรถสาธารณะ” ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และระบบปฏิบัติการ Android หรือ ผ่านทาง facebook ชื่อ “กตส กรมการขนส่งทางบก” นอกจากนี้ยังสามารถร้องเรียนผ่านทาง LINE ID ในชื่อ “1584dlt” หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง ณ ขบ.โดยทาง ขบ.จะตรวจสอบด้วยความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการโดยทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะต่อไป
ด้านนายพิพัฒน์พล คนขับรถแท็กซี่ กล่าวยอมรับว่า ไม่ได้กดมิเตอร์โดยสารจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด เนื่องจากเป็นการตกลงระหว่างผู้โดยสารและคนขับรถแท็กซี่เองในอัตราราคาค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายราคา 600 บาท ได้เขียนจำนวนเงินใส่กระดาษไว้ และผู้โดยสารหยิบธนบัตรจำนวน6,000 บาท จึงคิดว่าชาวต่างชาตให้ทิป ต่อมาได้นำเงินไปคืนที่โรงแรม ทั้งนี้นายพิพัฒน์พลได้ยื่นเรื่องขออุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ต่อไป
นายพิพัฒน์พล กล่าวต่อว่า ตนประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่มาประมาณ 8 ปี แล้ว และตั้งแต่ปี 2556 เข้าไปขับขี่รถแท็กซี่ย่านสุวรรณภูมิ ตอนนี้มีภาระต้องผ่อนบ้าน หลังจากนี้ยังไม่รู้จะทำอย่างไร

