นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.)กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2561 กรมฯตั้งเป้าผลักดันตัวเลขการค้าการลงทุนชายแดนและผ่านแดนกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียน ขยายตัว 15% หรือมีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2560 มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85% จากปี 2559 ที่มีมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท โดยเดือนมกราคม 2561 มีมูลค่ารวม 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.46% จากเดือนมกราคม2560 ที่มีมูลค่า 8.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมายถือว่าเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับแผนงานในปี 2561 จะเร่งขยายการค้าการลงทุนชายแดนและผ่านแดนกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียน โดยมุ่งบุกเจาะตลาดเมืองรองเพิ่มมากขึ้น ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการบุกเจาะตลาดใหม่ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย พร้อมกับขยายตลาดการค้าการลงทุนไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เป็นพิเศษ อีกทั้งผลักดันการตั้งจุดกระจายสินค้า การจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจรุ่นใหม่ของไทยกับซีแอลเอ็มวี จัดคณะผู้แทนเยือนเมืองรอง และจัดมหกรรมการค้าชายแดน 4 ภูมิภาค เพื่อกระตุ้นการค้าขายและการบริโภคสินค้าไทย เริ่มที่จังหวัดสระแก้วในเดือนมีนาคม ต่อด้วยนครพนม เชียงราย และสงขลา
สำหรับเมืองรองเป้าหมาย เช่น แขวงจำปาสัก ของลาวตอนใต้ มีการขยายตัวของธุรกิจด้านการก่อสร้าง เมืองกว่างนิงห์ของเวียดนามตะวันออกเฉียงเหนือ มีท่าเรือน้ำลึก มีชายแดนติดจีน มีจุดผ่านแดนนานาชาติ 3 แห่ง , รัฐฉานของพม่าเน้นผลักดันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าไปลงทุนผลิตไฟฟ้า และผลักดันเอกชนเข้าไปลงทุนในธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว เมืองอลอสตาร์ รัฐเคดาห์ ของมาเลเซียติดสงขลาและยะลา มีโอกาสขยายการค้า และเมืองเมดานของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 เป็นศูนย์กลางการค้าและมีนักธุรกิจชาวจีนอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นต้น
นอกจากนี้จะใช้กลไกของผู้ประกอบการในโครงการ YEN-D ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการอบรมซีซั่นที่ 4 ระหว่างนักธุรกิจไทยกับซีแอลเอ็มวี โดยที่ผ่านมาอบรมไปแล้ว 3 ซีซั่น รวม 14 รุ่น มีจำนวนนักธุรกิจในเครือข่าย 860 คน ผลักดันให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ขยายการค้าการลงทุนระหว่างกันแล้วกว่า 2,800 ล้านบาท

