หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจตลาดทุน...

ธุรกิจตลาดทุน เชียร์ออกกม.คุมคริปโตฯ แต่ไม่ควรเข้มงวดเกินไป

12.03.18 | 16:43 น.

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร กรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (ไอเอเอ) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนรวม 27 บริษัท ส่วนใหญ่มองว่าดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบ (ไซต์เวย์) และคาดว่าดัชนีหุ้นไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม เฉลี่ยอยู่ที่ 1,818 จุด จากปัจจัยการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นโยบายด้านเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงกระแสเงินทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในตลาดทุนไทย

ส่วนภาพดัชนีหุ้นไทยในช่วงสิ้นปี นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน คาดการณ์จุดต่ำสุดที่ระดับ 1,727 จุดจุดสูงสุดที่ระดับ 1,910 จุด และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,871 จุด ทั้งนี้ มองว่ากำไรสุทธิต่อหุ้น (อีพีเอส) ณ สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 11.70% และอัตราส่วนกำไรต่อหุ้น (พีอี) ที่ระดับ 16.56 เท่า

“กฎหมายควบคุมสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) และการระดมทุนด้วยการเสนอขายเหรียญดิจิทัล (ไอซีโอ)ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในเร็วๆนี้ มองว่ารัฐบาลควรจะควบคุม แต่ไม่ควรเข้มงวดจนทำให้ไอซีโอดีๆเกิดไม่ได้ เพราะการออกไอซีโอเป็นการระดมทุนของธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาเป็นตัวกลางแทน ซึ่งมีทั้งการออกเหรียญ (โทเคน) ทั่วไป และการออกโทเคนที่ใช้ในธุรกิจ ปัญหาในขณะนี้คือยังไม่มีไฟแนนเชียลโมเดลที่ชัดเจน และยังไม่มีการประเมินมูลค่าคริปโตเคอเรนซี จึงมีความเสี่ยง หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เคยประเมินว่าธุรกิจที่ออกไอซีโอเกือบ 90% ล้มเหลว ก็เป็นข้อมูลจากการเก็บสถิติ” นายไพบูลย์กล่าว

นายกีรติ โกสีย์เจริญ ผู้แทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนกุมภาพันธ์ 2561 อยู่ที่ 143.09 ปรับตัวลดลง 8.7% แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรง ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลง 8.7% เช่นกัน แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในภาพรวม และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตดี อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความชัดเจนของวันเลือกตั้ง