หน้าแรก เศรษฐกิจ กรมชลร่วมลงนา...

กรมชลร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ ลดขัดแย้ง หาทางออกพัฒนาลุ่มน้ำยมตอนบน

12.03.18 | 20:38 น.

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังจากเป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมพิธีมอบโล่เกียรติยศพร้อมเกียรติบัตร “นวัตกรรมประชาเข้าใจ” และพิธีลงนามประกาศเจตนารมณ์ เรื่องการบริหารจัดการลุ่มน้ำยมตอนบนอย่างเป็นระบบ ณ หอประชุมวัดดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ในวันที่ 12 มีนาคม ว่า “การเห็นทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแสวงหาทางออก จากปัญหาแนวคิดที่แตกต่างกัน ระหว่างผู้รับผิดชอบตามภาระหน้าที่กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จากผลแห่งการปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ จึงได้มีการประสานความร่วมมือในลักษณะภาคีเครือข่าย เพื่อหาทางออกร่วมกัน ประกอบด้วย กรมชลประทาน กองทัพภาคที่ 3 จังหวัดแพร่ พะเยา ลำปาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ราษฎรในพื้นที่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมหาวิทยาลัยนเรศวร นำมาซึ่งความร่วมมือ ความเข้าใจร่วมกันถึงแนวทางในการพัฒนาต่อไปในอนาคต ลดและขจัดความขัดแย้งที่มีอย่างยาวนานในอดีต เกิดเป็นความร่วมมือ มิตรภาพ และแนวทางในการพัฒนาร่วมกัน โดยกรมชลประทาน ได้น้อมนำแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาใช้ในการปฏิบัติงาน คือ “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา”

สำหรับการลงนามในครั้งนี้ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในเรื่องของการบริหารจัดการลุ่มน้ำยมตอนบนอย่างเป็นระบบของ “ภาคีขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมตอนบน” ซึ่งประกอบไปด้วย ประชาชนต.สะเอียบ และต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ ประชาชนจ.พะเยา ประชาชนต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง ในนามของเครือข่ายภาคประชาชนของลุ่มน้ำยมตอนบน ภายใต้โครงการศึกษาหาทางออกแบบมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำในลุ่มน้ำยมตอนบน ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบน ภายใต้กรอบแนวทางการดำเนินการร่วมกัน คือ การพัฒนาแหล่งน้ำแบบบูรณาการในลำน้ำยมตอนบน โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความผาสุกของประชาชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ มีกระบวนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบแบบบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รวมไปถึงการร่วมกันดูแล ปรับปรุง และพัฒนาระบบส่งน้ำและระบบระบายน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นับเป็นคุนูปการต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนเป็นอย่างมาก ที่ต่อจากนี้ไปจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาด้านการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมตอนบน ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องประชาชนตลอดแนวลำน้ำยมว่า ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในลุ่มน้ำยมทั้งระบบ จะได้รับการพัฒนาและแก้ไขอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมมากขึ้น อันจะนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาลต่อประเทศชาติเป็นส่วนรวมต่อไป