“สนธิรัตน์”ตั้งอนุกก.ทบทวนปมข้าวโพด ลุ้นเลิกสูตร1:3-ยืดนำเข้าจากเขมร

14.03.18 | 14:53 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ว่า จากรายงานสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศปี 2560/61 พบว่า คาดการณ์ผลผลิตไว้ที่ 4.7 ล้านตัน แต่ความต้องการใช้ในประเทศ 8 ล้านตัน ทำให้ต้องมีการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคผลิตและความต้องการใช้

โดยที่ประชุมเห็นชอบใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.อนุมัติหลักการให้นำเข้าเพื่อให้เพียงพอกับในอุตสาหกรรมผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงกุ้ง  2.เห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการในการกำหนดปริมาณนำเข้าและออกมาตรการดูแลที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.)เป็นประธาน ซึ่งจะต้องมีการเรีกยประชุมหารือผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดในประเทศ ที่อัตรา 1 ต่อ 3 ว่าสมควรจะปรับเปลี่ยนใหม่หรือไม่ และ พิจารณามาตรการเก็บภาษีนำเข้าข้าวสาลี ที่ปัจจุบันไม่มีการจัดเก็บ ซึ่งครั้งนี้ให้ศึกษาลึกไปถึงรายละเอียดส่วนผสมและสูตรผลิตอาหารสัตว์ ว่าประกอบไปด้วยอะไรและมีความต้องการแท้จริงแค่ไหน เพื่อให้กำหนดปริมาณนำเข้าที่เหมาะสมไม่กระทบต่อผู้เลี้ยงภายในประเทศ โดยกำหนดให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน และนำเข้าที่ประชุมนบขพ.พิจารณาในครั้งถัดไป

และ 3. เห็นชอบให้ตั้งอนุกรรมการพิจารณานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะนำเข้าจากกัมพูชา ให้ขยายเวลาอีก 2 เดือนหรือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงตุลาคม จากเดิมเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม ตามที่กัมพูชาเรียกร้อง ขณะเดียวกันไทยได้เรียกร้องให้กัมพูชา เพิ่มปริมาณการนำเข้าหมูมีชีวิตให้มากขึ้น จากเดิมกัมพูชาอนุญาตให้นำเข้าเพียงเล็กน้อย และให้ 2 ฝ่ายตั้งคณะทำงานพิจารณาร่วม โดยมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.)เป็นประธาน ทั้งนี้ ปัจจุบัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดแห้ง ความชื้น 14% อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) 9.30-9.50 บาท ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนที่กก.ละ 8 บาทกว่า ซึ่งเป็นผลของการใช้มาตรการบริหารจัดการของกระทรวงพาณิชย์