หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘สมคิด’คาดกม....

‘สมคิด’คาดกม.คุมเงินดิจิทัลมีผลมี.ค.นี้-ดึงเข้าระบบใน 6 ด.

14.03.18 | 18:50 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร่างพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัลที่ผ่านการพิจารณาในหลักการของคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนมีนาคมนี้ หลักการของกฎหมายคือไม่ได้ปิดกั้น หรือห้ามทำธุรกิจ แต่จะดูแลไม่ให้เกินขอบเขต ฉะนั้น ขอให้วางใจเพราะทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องกำลังช่วยกันดูเพื่อออกกฎหมายมากำกับดูแล

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการเก็บภาษีจากการลงทุนเงินสกุลดิจิทัลนั้นกระทรวงการคลังเสนอร่างแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อจัดเก็บภาษีจากการซื้อขาย โดยจะมีผลพร้อมกับพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัลคือการเก็บภาษีหัก ณ 15% ของเงินปันผล ผลกำไรหรือส่วนต่างจากการซื้อขาย(แคปปิตอลเกน) โดยหักภาษีไปก่อน และเมื่อถึงเวลาปลายปีให้นำมาคำนวณรวมเป็นรายได้เพื่อยื่นชำระภาษี ส่วนแวตนั้น ถูกเก็บจากธุรกรรมการซื้อขายด้วยในอัตรา 7% ทุกขั้นตอน แต่ยกเว้นให้สำหรับบุคคลธรรมดาหากเป็นการซื้อขาย(เทรด)ในตลาด


นอกจากนี้กฎหมายที่ออกมานั้นจะช่วยควบคุมดูแลการซื้อขาย การทำธุรกรรมเงินดิจิทัลทั้งหมด และดูแลผู้ซื้อ โดย ก.ล.ต.มีหน้าที่ในการกำกับเหมือนหลักทรัพย์ ส่วนผู้เล่น ไม่ว่า จะเป็นตัวกลาง ดีลเลอร์ จะต้องได้รับใบอนุญาต ซึ่งผู้ที่เปิดขายเงินดิจิทัลไปก่อนหน้านี้ต้องมาเข้ากระบวนการตามกฎหมายภายใน 6 เดือน

“การออกกฎหมายดังกล่าวเพื่อต้องการให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้น แต่ไม่ได้สนับสนุนหรือส่งเสริม เพียงแต่ต้องการออกกฎหมายควบคุมดูแล และป้องกันไม่ให้เกิดการฟอกเงิน ซึ่งการเก็บภาษี 15% แวต 7% เนื่องจากต้องการให้เห็นว่าภาครัฐไม่ต้องการส่งเสริมการทำธุรกิจดังกล่าว อย่างไรก็ตามแม้ไม่สนับสนุนแต่ด้วยเทคโนโลยีเข้ามาเช่น บล็อกเชน ทำให้เราไม่ได้สามารถปิดตัวเองได้ ดังนั้นการควบคุมต้องไปดูที่จุดเริ่มต้น คือจุดที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน”นายอภิศักดิ์ กล่าว