จากรณีที่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษากรณีที่บริษัทไทยทีวี จำกัด ของนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีปัญหาทีวีดิจิทัล โดยศาลมีมติใน 3 ประเด็นประกอบด้วย 1.บริษัท ไทยทีวี จำกัด มีสิทธิบอกเลิกใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัล 2. บริษัท ไทยทีวี จำกัด ต้องชำระค่าประมูลในงวดที่ 1 และงวดที่ 2 ก่อนการบอกเลิกสัญญา และไม่ต้องชำระในงวดที่ 3-6 เนื่องจากได้บอกเลิกสัญญาแล้ว และ 3.กรณีบริษัท ไทยทีวี จำกัด เรียกค่าเสียหายจาก กสทช. ว่าไม่สามารถทำได้ กสทช. จึงไม่ต้องชำระในส่วนนี้ ดังนั้น กสทช. จะต้องคืนหลักประกันให้กับผู้ฟ้องร้องคดี ตั้งแต่งวดที่ 3 เป็นต้นไปนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมบอร์ด กสทช. มีมติให้ฝ่ายกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาภายในกำหนด 30 วัน เนื่องจากยังมีหลายประเด็นที่ศาลยังไม่ได้หยิบมาพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลหลายตัวปรับตัวขึ้น เช่น หุ้นบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ปิดตลาดที่ราคา 73.25 บาท ปรับขึ้น 3.25 บาท หรือ 4.64% , หุ้นบริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ปิดตลาดที่ราคา 4.30 บาท ปรับขึ้น 0.10 บาท หรือ 2.38% , หุ้นบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS ปิดตลาดที่ราคา 31.25 บาท ปรับขึ้น 1.50 บาท หรือ 5.04% , หุ้นบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY ปิดตลาดที่ราคา 9.60 บาท ปรับขึ้น 0.15 บาท หรือ 1.59% , หุ้นบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT ปิดตลาดที่ราคา 11.00 บาท ปรับขึ้น 0.70 บาท หรือ 6.80%
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ศาลปกครองห้ามกสทช.เรียกเก็บเงินค้ำประกันจากธนาคารกรุงเทพ กรณีไทยทีวี ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพได้ตั้งสำรองเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่ไตรมาส 1/2560 ประมาณ 1,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้กลุ่มทีวีดิจิทัลมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะหุ้นบีอีซีหรือช่อง 3 ที่เรตติ้งจากละครบุพเพสันนิวาสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเรตติ้งทั่วประเทศอยู่ที่ 12.6 ในกรุงเทพฯ เรตติ้งอยู่ที่ประมาณ 19 หลังจากละครออกอากาศมาแล้ว 6 ตอน นอกจากนี้ยังมีนักวิเคราะห์ประเมินว่าหุ้นอื่นๆ เช่น หุ้นอาร์เอส ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจเสริมความงาม

