นายวรวุฒิ กาญจนกูล เลขาธิการสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมามีสัญญาณการเติบโตดีขึ้นต่อเนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ตามทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา การส่งออกและการท่องเที่ยวเติบโตดี มีเบิกจ่ายงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ขณะนี้เห็นลูกค้าเข้ามาจองสร้างบ้านและเซ็นสัญญามากขึ้น โดยการตัดสินใจสร้างบ้านเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 3-6 เดือน ขณะนี้อยู่ที่ราว 1-2 เดือน ทั้งกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ และกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่ได้รับมรดกแล้วนำมาปลูกสร้างบ้าน ทำเลในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งหัวเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี สงขลา และหาดใหญ่ เป็นต้น ด้านความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างขณะนี้ยังเพียงพอ แต่ในช่วงครึ่งปีหลังความต้องการอาจจะเพิ่มมากขึ้นตามการลงทุนต่าง ๆ ที่ทยอยออกมา ขณะที่ราคาสร้างบ้านอาจจะปรับขึ้น 3% ในช่วงครึ่งปีหลัง ตามต้นทุนค่าแรงหลังจากที่การปรับค่าแรงขั้นต่ำมีผลบังคับใช้
นายวรวุฒิ กล่าวว่า สมาคมคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรับสร้างบ้านของสมาคมฯ ปีนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5% หรือมูลค่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 20% ของตลาดรับสร้างบ้านรวมที่คาดว่าจะมีมูลค่า 50,000 ล้านบาท ตลาดหลักในการสร้างบ้านอยู่ที่ 2-5 ล้านบาท สัดส่วน 45% ราคา 5-10 ล้านบาท สัดส่วน 30% และบ้านราคามากกว่า 10 ล้านบาท สัดส่วน 25% ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการก่อสร้างมากขึ้น เช่น สีที่สามารถทาหลังฉาบปูนได้ทันที จากเดิมที่ต้องทิ้งไว้หลายวัน ซึ่งทำให้การก่อสร้างทำได้เร็วขึ้น
นายวรวุฒิ กล่าวว่า เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจในการสร้างบ้านช่วงต้นปี ได้จัดงานรับสร้างบ้านและวัสดุ 2018 ภายใต้แนวคิดอินโนเวชั่น ลีฟวิ่ง ระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งเป้าหมายยอดขายในงานช่วง 4 วัน 1,100 ล้านบาท และคาดว่าจะมียอดขายหลังงานเพิ่มขึ้นอีก 20% ทั้งนี้ ผู้ที่จองสร้างบ้านในงานจะได้รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท และมีสิทธิ์ลุ้นทองคำมูลค่ากว่า 100,000 บาท

