นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.อยู่ระหว่างเดินหน้าพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ให้เป็นต้นแบบนิคมฯที่บริหารงานด้วยดิจิทัล โดยเตรียมเชิญชวนเอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น เข้าวางระบบ บริษัทดังกล่าวได้รับการยอมรับจากหลายๆ อุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งในเรื่องของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาธุรกิจ ทั้งในด้านเครือข่ายระบบโทรศัพท์และโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร ระบบปฏิบัติการไอที ระบบการรักษาความปลอดภัย และระบบโลจิสติกส์เข้าลงทุน โดยสมาร์ท ปาร์คกำหนดแล้วเสร็จปี 2564
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า ตามที่ กนอ.ได้มีนโยบายในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์คในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยองนั้น ล่าสุด กนอ.ได้นำคณะผู้ดำเนินงานด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม มีนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการ กนอ.เป็นหัวหน้าคณะ เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อมาศึกษาเทคโนโลยี การคิดค้นนวัตกรรม รูปแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กำลังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศและภูมิภาค
ทั้งนี้ ได้เข้าศึกษาข้อมูลจากเอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับจากหลายๆ อุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งในเรื่องของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาธุรกิจ นอกจากนี้ เอ็นอีซีฯ ยังมีนวัตกรรมที่ช่วยสร้างเมืองที่ชาญฉลาดทั่วโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีการรู้จดใบหน้านีโอเฟซ ที่มีความถูกต้องในการตรวจสอบสูงสุดของโลก มีฟังก์ชั่นในการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เมื่อระบบสามารถตรวจจับได้ว่าใบหน้าของคนที่กำลังเข้ามาในพื้นที่ของกล้อง ตรงกับใบหน้าของคนในฐานข้อมูลลิสต์ของคนที่ควรเฝ้าระวังหรือที่อยู่ในความสนใจ ซึ่งจะช่วยให้ระบบการเฝ้าระวังอาชญากรรมมีความถูกต้องและรวดเร็ว และยิ่งเมื่อรวมกับความสามารถในการทำงานร่วมกับกล้องแบบพกพาได้ ยิ่งทำให้การตอบสนองสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเป็นไปอย่างทันท่วงทีอีกด้วย
“การลงทุนในสมาร์ทปาร์ค กนอ.จะพิจารณารูปแบบการลงทุนว่าจะเป็นรูปแบบจีทูจี (รัฐต่อรัฐ) ผ่านความร่วมมือขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) หรือจะใช้รูปแบบลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) จะพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยวงเงินลงทุนหลักร้อยล้านบาท” นายวีรพงศ์กล่าว
สำหรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมใหม่ตามเป้าหมายของรัฐบาล อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมอากาศยาน และจะขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ 9 สมาร์ทนั้น กนอ.ได้เริ่มศึกษาเทคโนโลยีและแนวทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ความปลอดภัยสาธารณะและการคมนาคมขนส่ง
นายวีรพงศ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้ร่วมศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการจาก Ota Wholesale Market หรือที่รู้จักกันในชื่อตลาดกลางโอตะ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผัก-ผลไม้และไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีระบบการประมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดตั้งโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (อีเอฟซี) ภายในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค โดยผลการเข้ามาศึกษาตัวอย่างการดำเนินงานในครั้งนี้ จะนำประโยชน์จากระบบตลาดประมูลมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายผลไม้ในโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก โดยเชื่อว่าจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการต่อรองราคา ต่อเนื่องถึงการจัดทำห้องเย็นขนาดใหญ่สำหรับกักตุนผลผลิตที่รวบรวมได้จากเกษตรกร ก่อนกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างๆ
นอกจากนี้ จะศึกษา 4 ขั้นตอนที่สำคัญคือ 1.การตรวจสอบสินค้าก่อนประมูล ขั้นตอนที่ผู้รับช่วงค้าส่งและผู้มีสิทธิซื้อจะตรวจสอบสินค้าก่อนการประมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะนำไปขายต่อในราคาเท่าไหร่ 2.การเริ่มประมูล ขั้นตอนที่สินค้าทั้งหมดจะถูกนำมาประมูล โดยผู้ที่ให้ราคาที่สูงที่สุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล โดยการประมูลนั้นจะผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และผู้มีสิทธิร่วมประมูลจะประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตและพ่อค้าคนกลาง 3.การตรวจสุขอนามัยของสินค้า 4.การกระจายสินค้า โดยผู้รับช่วงค้าส่งจะนำสินค้าที่ประมูลได้ออกจำหน่ายให้ผู้ซื้อในเวลาที่กำหนดไว้

