ตามที่สื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) ซึ่งเป็นพนักงานจัดจ้างของ บริษัท รักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม เมเนจเม้นท์ จำกัด (ASM) ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ผู้โดยสารชาวจีน เป็นเงินจำนวน 4,000 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 20,000 บาท และ ทสภ. สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดและสามารถติดตามทรัพย์สินคืนมาได้นั้น
นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เหตุการณ์จับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 12 มีนาคม 2561 ศูนย์รักษาความปลอดภัย ทสภ. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่ามีผู้โดยสารชาวจีนได้มาขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดตามทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินสดบรรจุในกระเป๋าจำนวน 4,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 20,000 บาท ได้สูญหายที่บริเวณพื้นที่จุดตรวจค้นโซน 2 ฝั่งตะวันตก เมื่อได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ. ได้เร่งตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) บริเวณพื้นที่ดังกล่าวโดยทันที
และพบว่าพนักงานจัดจ้างของบริษัท ASM ชื่อ นางสาวบุษกร สมงามดี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ณ บริเวณจุดตรวจค้นดังกล่าวเป็นผู้หยิบฉวยทรัพย์สินของผู้โดยสารไป จึงได้เรียกตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนจนรับสารภาพว่าได้ลักทรัพย์ของผู้โดยสารชาวจีนคนดังกล่าวจริง และยินยอมนำเงินดังกล่าวมาคืน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ. จึงได้ดำเนินการควบคุมตัว นางสาวบุษกร สมงามดี ส่งให้สถานีตำรวจภูธร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน” ตามมาตรา 335 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับ 2,000 – 10,000 บาท นอกจากนี้ หน่วยงานต้นสังกัด ASM ได้ดำเนินการลงโทษพนักงานคนดังกล่าวโดยการไล่ออกซึ่งมีผลทันที
นายศิโรตม์ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทสภ. ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัท ASM ให้มีการเข้มงวด กวดขันการปฏิบัติของพนักงานในสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยและกำกับดูแลไม่ให้พนักงานมีการกระทำที่มิชอบ ไม่เหมาะสม รวมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกพนักงานให้ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทจัดจ้างที่ได้รับการว่าจ้างจาก ทอท. ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้น ทสภ.ได้จัดทีมตรวจสอบการทำงานของบริษัท ASM ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและควบคุมการทำงานของพนักงานกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดประจำทุกช่องการตรวจค้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังจุดตรวจค้น และกำลังจะติดตั้งอะคริลิคครอบสายพานที่ลำเลียงกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารเข้าเครื่อง X-ray เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าถึงสัมภาระได้โดยง่าย ทั้งนี้ หากบริษัท ASM ยังไม่สามารถควบคุมมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามสัญญาได้ ทอท.จะพิจารณาดำเนินการยกเลิกสัญญาต่อไป
นายศิโรตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารติดตามทรัพย์สินในครั้งนี้ ทสภ. ได้มีการดำเนินการภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังจากได้รับแจ้งเหตุ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ. ที่มุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินของผู้โดยสารซึ่ง ทสภ. ให้ความสำคัญมาโดยตลอด สำหรับทรัพย์สินของผู้โดยสารที่ได้คืนมาแล้วนั้น ทสภ. ไม่สามารถส่งคืนให้ผู้โดยสารได้ทันเนื่องจากผู้โดยสารคนดังกล่าวได้ขึ้นเครื่องเดินทางกลับประเทศไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ทสภ. ได้ทำการติดต่อแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่า ทสภ. ได้ติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้แล้ว และจะรีบดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินคืนให้โดยเร็วต่อไป
ทั้งนี้ ทสภ. คงให้ความสำคัญในการดูแลรักษาความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการทุกท่านโดยมีฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งตำรวจและทหาร เพื่อคอยดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความอุ่นใจแก่ผู้มาใช้บริการ ทสภ. หากผู้ใช้บริการท่านใดพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือประสบเหตุด่วน เหตุร้าย สามารถแจ้งศูนย์รักษาความปลอดภัย ทสภ. โทรศัพท์ 0 2132 4000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

