นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.)เปิดเผยถึงแผนงานบริหารจัดการผลไม้ เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซึ่งผลไม้หน้าร้อนสำคัญของไทยที่กำลังออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมนี้ ว่า เตรียมใช้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 เพื่อเอาผิดกับพ่อค้ารวบรวมผลไม้เพื่อส่งออก(ล้ง)ไม่ดี ที่มีพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร ทำสัญญาไม่เป็นธรรมและกดราคารับซื้อ หลังจากส่งเจ้าหน้าที่ค้าภายในออกตรวจสอบพฤติกรรมการรับซื้อผลไม้ล่วงหน้าของพ่อค้าในหลายพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออก พบว่า เริ่มเห็นพ่อค้าล้ง มีพฤติกรรมเอาเปรียบเกษตร เช่น กดราคา หรือ ทิ้งสัญญาซื้อล่วงหน้าอ้างในเรื่องคุณภาพสินค้า โดยยังไม่ขอระบุจำนวนรายและรายละเอียดเพราะอยู่ระหว่างรวบรวบข้อมูล
“ตอนนี้กำลังตรวจสอบภายใน ว่าจะใช้กฎหมายใดในการเอาผิด โดยเฉพาะการใช้กฎหมายแข่งขันฯฉบับใหม่ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ ในมาตรา57 วรรค 2 ระบุว่า ห้ามผู้ประกอบการธุรกิจทำการ ใช้อำนาจต่อรองเหนือกว่าที่ไม่เป็นธรรม โดยบีบบังคับผู้ค้า ซึ่งไม่จำเป็นให้ผู้เดือดร้อนมาร้องเรียนเหมือนกฎหมายเดิมเพียงตรวจสอบพบพฤติกรรมทำการค้าไม่เป็นธรรมใช้อำนาจต่อรองเหนือว่าบีบบังคับ ก็สามารถใช้กฎหมายเอาผิดได้เลย โทษมีทั้งปรับ10% ของราคาตลาดในขณะนั้นๆ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ จึงอยากเตือนให้พ่อค้าล้ง เลิกพฤติกรรมเอาเปรียบ เพราะไม่อย่างนั้นคงต้องใช้กฎหมายแข่งขันฉบับใหม่จัดการเป็นคดีแรกๆ “ นายบุณยฤทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมีแผนงานอื่นๆอีก โดยในวันที่ 23 มีนาคมนี้ จะจัดลงนามเอ็มโอยูระหว่างตัวแทนเกษตรกร กับ ห้างค้าปลีกและตลาดรับซื้อผลไม้ 5-7 ราย อาทิ บิ๊กซี แมคโคร ท็อปส์ ตลาดไท เป็นต้น เป็นการเชื่อมโยงตลาดจากสวนผลไม้กระจายถึงผู้บริโภค เบื้องต้นมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าแล้วกว่า 5-6 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าเกิน 3-4 พันล้านบาท รวมถึงมีแผนผลักดันการส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีน
สำหรับสถานการณ์ผลผลิตผลไม้หน้าร้อนไทยปีนี้ กำลังมีการสำรวจผลผลิตรอบใหม่ เช่น ทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง เงาะ ส้มโอ มะพร้าว เป็นต้นหลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเมินไว้เมื่อปลายปี 2560 ว่าปีนี้ผลผลิตโดยรวมจะดีขึ้นจากปีก่อน แต่เนื่องจากอากาศร้อนสลับฝนได้ส่งผลต่อการเติบโตของผลไม้ ซึ่งบางผลิตจะต้องติดดอกในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ แต่ก็เจอฝนทำให้ไม่ติดดอก อาจกระทบต่อผลผลิต และบางพื้นที่มีการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกกว่าที่ได้ประเมินไว้เดิม ก็อาจเจอปัญหาผลผลิตล้นตลาดได้ ดังนั้น ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้ประสานขอให้ผู้ว่าจังหวัดที่เป็นแหล่งผลผลิตที่มีจำนวนมาก ทำการประชาสัมพันธ์ถึงชาวสวนผลไม้ ให้ควบคุมปริมาณผลผลิตและสอดคล้องกับแนวทางที่ทางการประชาสัมพันธ์ไว้ เน้นในเรื่องคุณภาพมากกว่าเร่งเพิ่มปริมาณ โดยขอให้ข้อมูลว่ารัฐจะช่วยการระบายเฉพาะสินค้าเกรดเอและเกรดบี แต่เกรดต่ำจากเร่งผลิตเกินจริง กระทวงพาณิชย์จะไม่ดูแลในเรื่องการหาตลาดระบายสินค้าให้ ดังนั้น ชาวสวนต้องควบคุมผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดที่เหมาะสม ไม่ผลิตเพราะเห็นแนวโน้มดีอย่างเดียว เพราะแข่งกันเพิ่มผลผลิต ปริมาณมากเกินความต้องการ ราคาก็จะตกลงทันที

