“สุวิทย์”โชว์พัฒนาเขตอีอีซีไอคืบหน้า ต.ค.นี้เริ่มก่อสร้าง

19.03.18 | 17:35 น.

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยสัมมนา”Thailand Taking off to New Heights” ที่อิมแพค เมืองทองธานี ในหัวข้อ”เร่งเครื่องขับเคลื่อนไทยสู่มิติใหม่” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หัวข้อ”เดินหน้าพลิกโฉมประเทศไทย” ว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้มีการยกระดับ และจัดตั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซีไอ)โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาอีอีซีไอให้มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความเข้มข้นของงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเป็นเขตผ่อนปรนกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก

วัตถุประสงค์หลักของอีอีซีไอ คือ การส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการวิจัย เพื่อต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง โดยการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรรมในพื้นที่ควบคู่ไปกับการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจเริ่มต้น (สตาร์ทอัพ) ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมของประเทศ รองรับความต้องการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ในลักษณะบูรณาการการทำงานร่วมกัน จะเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นายสุวิทย์ กล่าวว่า จึงได้พิจารณาจัดหาพื้นที่และความเหมาะสมในการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมใหม่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยที่ประชุมมีมติให้มีที่ตั้งอีอีซีไอ 2 แห่ง ได้แก่ 1. พื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ เป็นที่ดินของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง อยู่ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 (ชลบุรี – แกลง) รวมเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ ซึ่งรายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรมกว่า 30 แห่ง ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และใกล้ชิดสถานที่ท่องเที่ยวและพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของประเทศสำหรับที่แห่งนี้ จะมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรม 2 ประเภท คือ (1) ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ และ (2) อุตสาหกรรมชีวภาพ โดยจะถูกออกแบบให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ ที่พร้อมรองรับกิจกรรมวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมของทุกภาคส่วนในพื้นที่อีอีซีไอ ที่กำลังเกิดขึ้นอีกมากมาย จัดตั้งเขตนวัตกรรมอีอีซีไอที่ อ.วังจันทร์ ลงทุนไปแล้วปี 2556-59 กว่า 9,000 ล้านบาท มีแผนจะลงทุนปี2560-65 อีกกว่า 3,000 ล้านบาท รวมมูลค่าลงทุน 10 ปี กว่า 12,000 ล้านบาท

และ 2. พื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ เป็นพื้นที่ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ 120 ไร่ อยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จะเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

ทั้งนี้ 6 อุตสาหกรรมสำคัญในอีอีซีไอ ประกอบด้วย 1.เกษตรและเทคโนโลยี 2.เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 3.แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและยานยนต์สมัยใหม่ 4.ระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ 5.การบินและอวกาศ และ 6.เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนตุลาคมปีนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2563

Advertisement