นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานสัมมนา”Thailand Taking off to New Heights” ที่อิมแพค เมืองทองธานี หัวข้อ”เดินหน้าพลิกโฉมประเทศไทย”ว่า ความสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจอันดีในวงกว้าง ถึงทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ โดยกระทรวงดีอี เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งได้ดำเนินการใน 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. การดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศในโครงการ “เน็ตประชารัฐ” เป็นต้น 2. การพัฒนาคนให้เข้าถึงและรู้เท่าทันการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล 3. การพัฒนาการใช้ประโยชน์ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ เช่น สมาร์ทซิตี้ ดิจิทัล พาร์ค และการก่อตั้งสถาบันไอโอที 4. ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และ 5. การเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
อย่างไรก็ตามโจทย์ของการนำพาประเทศไทยเข้าสู่ 4.0 จะต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลให้ครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรม อาศัยปัจจัยหลักคือ โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นอันดับ 1 ที่ต้องทำ โดยประเทศไทยจะต้องมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมกว่า 75,000 หมู่บ้าน เอกชนทำไปแล้วกว่า 30,000 หมู่บ้าน เหลือกว่า 40,000 หมู่บ้าน ซึ่ง กสทช. ได้รับผิดชอบทำอินเตอร์เน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน กระทรวงดีอีทำ 27,400 หมู่บ้าน ในรูปแบบเน็ตประชารัฐ ซึ่งดำเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
” การติดตั้งเน็ตประชารัฐที่เหลืออีก 15,732 หมู่บ้าน อยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกันของกระทรวงดีอี และ กสทช. โดยจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ อีกทั้งขณะนี้กระทรวงดีอียังเร่งสร้างการรับรู้ประโยชน์จากการใช้เน็ตประชารัฐไปแล้ว 1 แสนราย ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ต้องสร้างการรับรู้ได้ถึง 1 ล้านราย” นายพิเชฐ กล่าวและว่า การเตรียมพร้อมในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ อีกไม่นานจะร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับความมั่นคงและปลอดภัยทางไซเบอร์ และพร้อมใช้งานต่อไป
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) เปิดเผยว่า วันที่ 20 มีนาคมนี้จะมีการนำเสนอแผนการพัฒนาการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินของอีอีซีเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มูลค่า 2 แสนล้านบาท หลังจากนั้นจะเร่งออกร่างขอบเขตการประมูล (ทีโออาร์) ภายในเดือนมีนาคมนี้ และจะเปิดเวทีชี้แจงนักลงทุน (ซาวดิ้ง มาร์เก็ต) ทันทีหลังออกทีโออาร์ และที่ประชุม กนศ.เห็นชอบแผนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว จะต้องเสนอครม.เห็นชอบต่อไป จากนั้นภายใน 2-3 เดือนจะเดินหน้าคัดเลือกผู้มีสิทธิได้ลงทุน สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆจะทยอยคัดเลือกผู้ลงทุนร่วมกับภาครัฐ คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นปีนี้ หรืออย่างช้าภายในไตรมาสแรกของปี 2562 โดยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 7 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ในระยะ 5 ปีจากนี้ จะมีการเดินหน้า 5 แผนงาน คือ โครงสร้างพื้นฐาน การดูแลและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาการท่องเที่ยว การพัฒนาด้านดิจิทัล และการพัฒนาบุคลากร โดยทุกโครงการรัฐบาลอนุมัติแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ
น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การพัฒนาที่สำคัญของบีโอไอเน้น 5 ด้าน คือ ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมขั้นสูง อุตสาหกรรมพื้นฐาน อุตสาหกรรมท่องเที่ยว มูลค่าสูง และอุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ โดยเน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาคน การสร้างประสิทธิภาพ และการเชื่อมโยงกับพื้นที่เป้าหมาย
นาวาเอก สมนึก แก้วมะเริง รองผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า ปีนี้จะมีการขยายทางวิ่งทาอากาศยานอู่ตะเภา เส้นที่ 2 เพื่อให้รองรับเที่ยวบินได้ 2.5 แสนเที่ยวบินต่อปี โดยกำหนดแล้วเสร็จภายใน 3 ปีรองรับการขยายตัวของอีอีซี
นายโซจิ ซากาอิ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น (เจซีซี) กล่าวว่า บริษัทญี่ปุ่นที่เป็นสมาชิกเจซีซีมีความมั่นใจต่อการลงทุนในประเทศไทน โดยที่ผ่านมามีการลงทุนในไทยสูงสุดกว่าทุกประเทศอื่นในอาเซียน ขณะที่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ก็เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
นายอลัน วิลลิทส์ ประธานบริหาร บริษัท คาร์กิลล์ เอเชีย แปซิฟิก โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า ยินดีที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐของไทย และปฏิบัติตามกฎระเบียบของไทย โดยประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่ได้เปรียบด้านยุทธศาสตร์ เพราะเป็นศุนย์กลางของภูมิภาค
นายดันแคน ยู รองประธานบริหาร กลุ่มบริษัท บีจีไอ กล่าวว่า บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยบริษัทเน้นการมุ่งมั่นในการวิจัย เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทห้องปฏิบัติการขนาดเล็กในจีน โดยมีการลงทุนในไทยมาแล้ว 20 ปี และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น
น.ส.แองเจิ้ล เจ่า ประธานกลุ่มความเป็นผู้นำด้านโลกาภิวัฒน์ กลุ่มบริษัทอาลีบาบา กล่าวว่า อาลีบาบาได้สร้างงานให้คนทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์ม มีอีคอมเมิร์ซที่เข้มแข็ง ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและยกระดับโลจิสติกส์

