หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งออกไทยฉุดไ...

ส่งออกไทยฉุดไม่อยู่!! ก.พ.โต10.3% ดัน2เดือนแรกทำสถิติสูงสุด7ปี

21.03.18 | 12:10 น.

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2561 มีมูลค่า 20,365.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวบวก 10.3% เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ทำให้ 2 เดือนแรกปี 2561 มีมูลค่า 40,466 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และขยายตัวบวก 13.8% ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 แต่หากดูภาพการส่งออกในรูปเงินบาทลดลงเป็นครั้งแรก 0.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่า 643,706 ล้านบาท ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า


ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 19,557.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวบวก 16% จึงได้ดุลการค้า 807.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และทำให้การนำเข้า 2 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่า 39,778.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวบวก 20.1% และได้ดุลการค้า 688.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวสูง เพราะตลาดส่งออกขยายตัวได้ดีและสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะ สหรัฐฯ เอเชียใต้ อาเซียน กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี รวมถึงลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตามแนวทางการสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และกระชับความสัมพันธ์เชิงรุก

ขณะที่สินค้ากลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 โดยเฉพาะ ข้าว ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ที่ขยายตัวดีต่อเนื่องและเป็นการขยายตัวทั้งด้านปริมาณและราคา รวมถึงผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ที่ขยายตัวได้ดีจากปัจจัยทางด้านราคาเป็นหลัก ขณะที่ ยางพารา น้ำตาลทราย และอาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป หดตัวเล็กน้อย พร้อมกับสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 โดยสินค้าที่มีการขยายตัวในระดับสูง ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ

Advertisement

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยบวกสำคัญจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่คาดว่าจะขยายตัวสูงสุดรอบ 7 ปี ที่ 3.9% สนับสนุนให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะสหรัฐฯ สนับสนุนจากแผนการปฏิรูปภาษี นโยบายการคลัง และการจ้างงานที่ส่งสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มประเทศยูโรโซน และญี่ปุ่น คาดว่ายังคงรักษาพลวัตรการฟื้นตัวจาก อุปสงค์การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ การบริโภคและการลงทุน

นอกจากนี้ ทิศทางราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามอุปสงค์โลก และการปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงของกลุ่มผู้ผลิต OPEC และ Non-OPEC จะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายทางการค้าของประเทศคู่ค้าหลัก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ รวมทั้งผลผลิตสินค้าเกษตรโลกที่มีโอกาสผันผวนตามสภาพอากาศ โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงตั้งเป้าส่งออกขยายตัวบวก 8%