เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ตัวแทนจากสมาคมการประมงจังหวัด สหกรณ์ประมง และกลุ่มเกษตรกรทำการประมงทั่วประเทศกว่า 1 พันคน จาก 19 จังหวัด อาทิ สมุทรสาคร สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี เป็นต้น นำโดยนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาร่วมเคลื่อนไหวชุมนุม ที่บริเวณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่เวลา10.00 น. เพื่อคัดค้านกรณีทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ระหว่างนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กับสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา
นายมงคล กล่าวว่า เป็นการเดินทางเพื่อคัดค้าน โดยเห็นว่าบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมง และสร้างความขัดแย้งในกลุ่มผู้ประกอบการประมงทั่วประเทศ
สำหรับประเด็นปัญหาในบันทึกข้อตกลงที่เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ได้ทำร่วมกับรมว.เกษตรฯ นั้น คือเรื่องที่กระทรวงเกษตรฯจะเสนอขอแก้ไขพระราชกำหนด (พรก.) การประมง พ.ศ.2558 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชาวประมงพื้นบ้านเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาภายใน 6 เดือน
โดยมีเนื้อหา 1.แก้ไขนิยามประมงพื้นบ้าน ในมาตรา 5 ใหม่ 2.ยกเลิกมาตรา 37 เกี่ยวกับการห้ามผู้ได้รับอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง 3.แก้ไขคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด เกี่ยวกับสัดส่วนกรรมการ กระบวนการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างชัดเจน โปร่งใส เป็นมาตรฐานเดียวกัน และ 4.ให้ใช้มติของคณะทำงานในคณะอนุกรรมการแก้ไขกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของชาวประมงและผู้ประกอบการด้านการประมง ที่แต่งตั้งโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ
” การแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มประมงพื้นบ้าน เช่น ยกเลิกมาตรา 34 ซึ่งเกี่ยวกับการห้ามผู้ได้รับอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง จะทำให้ประมงพื้นบ้านมีศักยภาพมากขึ้นและสามารถทำการประมงได้ไกลกว่าเดิม ส่งผลให้พื้นที่การทำประมงทับซ้อนกับเรือประมงพาณิชย์ รวมถึงเกิดความขัดแย้งในกลุ่มผู้ประกอบการประมงทั่วประเทศได้ ” นายมงคล กล่าว

