หน้าแรก เศรษฐกิจ ชป.เด้งรับสั่...

ชป.เด้งรับสั่งการ’บิ๊กตู่’พร้อมเผชิญพายุฤดูร้อน ให้ปชช.ขอชลประทานพื้นที่ช่วยได้ตลอด

21.03.18 | 17:21 น.

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 23 มีนาคม จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบวันที่ 20 มีนาคมส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไปนั้น ในการนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมการรับมือกับพายุฤดูร้อนดังกล่าว ซึ่งในส่วนของกรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ ที่อาจจะได้รับผลกระทบ ทั้งในพื้นที่นอกเขตและในเขตชลประทาน ด้วยการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำให้มีความพร้อมใช้งาน สามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือบรรเทาภัยที่เกิดจากน้ำได้อย่างทันท่วงที


สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 52,426 ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มากกว่าปี 2560 รวม 7,484 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 28,506 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 55 (ปี 2560 มีน้ำใช้การได้ 21,071 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีปริมาณน้ำรวมกัน 15,708 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2560 รวม 3,171 ล้าน ลบ.ม. และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 9,012 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 50 (ปี 2560 มีน้ำใช้การได้ 5,841 ล้าน ลบ.ม.)

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น จากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ตรวจสอบระบบ อาคารชลประทาน และเครื่องจักร เครื่องมือ ให้สามารถใช้การได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ์ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด หรือหากต้องการความช่วยเหลือ สามารถประสานไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ของตนได้ตลอดเวลา