เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มีนาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ศาลปกครองจังหวัดอุดรธานี ได้มีการนัดพิจารณาคดีปกครอง คดีหมายเลขดำเลขที่ ส. 2/2556 (ส.6/2556) นายเตียง ธรรมอินทร์ กับพวกรวม 47 คน ยื่นฟ้อง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ , สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี และผู้นำท้องถิ่น 6 ราย โดยกล่าวหาว่า รายงานการไต่สวนคำขอประทานบัตรเหมืองแร่โปแทชอุดรธานี ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิก โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ เอพีพีซี กิจการในเครืออิตาเลียนไทยทั้ง 4 ฉบับ เป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การรับฟังการพิจารณาคดีครั้งนี้ นางมณี บุญรอด แกนนำกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้นำชาวบ้านสวมใส่เสื้อสีเขียวสัญลักษณ์ของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ประมาณ 100 คน ร่วมรอรับฟังการพิจารณาคดี โดยมี นายวีรวัฒน์ อบโอ ทนายความของกลุ่มอนุรักษ์ฯ นำแกนนำชาวบ้านบางส่วน เข้ารับฟังในห้องพิจารณาคดี โดยศาลใช้เวลาพิจารณาคดีประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น นายวีรวัฒน์ฯ ทนายความ ได้ออกมาชี้แจงคำพิจารณาของศาลคดีต่อกลุ่มชาวบ้าน ที่ด้านหน้าอาคารศาลปกครองจังหวัดอุดรธานี
นายวีรวัฒน์ ได้ชี้แจงต่อชาวบ้านว่า วันนี้ไม่ได้เป็นวันรับฟังคำพิพากษา แต่เพื่อพิจารณาข้อคิดเห็นของตุลาการที่ไม่ใช่เจ้าของคดี ซึ่งท่านมองว่ารายงานการไต่สวนการขอประทานบัตร การลงลายมือชื่อรับรองของผู้ถูกฟ้อง เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม เป็นการพิจารณาตามกฎหมาย พ.ร.บ.แร่ฉบับเดิม ที่ระบุว่า ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ แต่กลับไม่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบ มีแค่การลงลายมือชื่อเท่านั้น แต่ว่ามี พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ปี 2560 ที่บัญญัติขึ้นมา และยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับเก่าไป ทำให้ใบรายงานการไต่สวนที่ว่านี้ไม่ต้องทำ จึงมีความเห็นว่าควรพิพากษายกฟ้อง
“ วันนี้มองได้ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ รายงานการไต่สวนที่ผ่านมา ที่มีการคัดค้านศาลมองว่าไม่ถูกต้องจริง แต่ว่า พ.ร.บ.แร่ ปี 60 มีผลทำให้กระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเดิม ต้องถูกยกเลิกไปโดยไม่ต้องทำตาม พ.ร.บ.แร่เดิม ซึ่งเราคงต้องว่าตาม พ.ร.บ.แร่ปี 60 อีกส่วนคือ ไม่ว่าฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะ ก็คงจะไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ ยังคงมีศาลปกครองสูงสุด มีการอุทธรณ์ของแต่ละฝ่ายแน่นอน แต่เรื่องที่พวกเราคัดค้านมีการฟ้องร้องต่อศาล เราเห็นแล้วว่ามันไม่ชอบตามขั้นตอน และส่งผลกระทบไปทั้งระบบ เพราะว่ามีการใช้ใบรายงานในการใช้คำขอประทานบัตร ที่ผู้นำท้องถิ่นนำรายชื่อชาวบ้านเสนอให้ กพร.เป็นข้อมูลเท็จ ปัญหาคือ พ.ร.บ.แร่ ปี 60 กฎหมายที่ออกมาใหม่ ที่ไม่ต้องทำตาม พ.ร.บ.แร่เดิม ที่เป็นโทษกับกฎหมายเก่า คงต้องไปดูว่ากฎหมายใหม่และเก่าสามารถใช้ด้วยกันได้หรือไม่ โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. ที่จะเป็นวันที่กลุ่มอนุรักษ์ฯ จะวางแนวทางคดีนี้ต่อไปยังไง หากแพ้คดี ”..

