หน้าแรก เศรษฐกิจ กระทรวงดีอีผน...

กระทรวงดีอีผนึกดีแทค สร้างอินเตอร์เน็ตปลอดภัย หวั่นเยาวชนถูกกลั่นแกล้งทางโลกไซเบอร์ พบไซเบอร์บูลลีอิงขยายวงกว้าง

22.03.18 | 15:05 น.

รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล หัวหน้าสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากงานวิจัยเรื่องการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 13 ประเทศทั่วโลก อาทิ ฟินแลนด์ จีน และญี่ปุ่น พบว่า 1 ใน 3 ของเด็กไทยมีประสบการณ์กลั่นแกล้งและถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ โดย 34.6% เคยแกล้งผู้อื่น 37.8% เคยถูกกลั่นแกล้ง และ 39% เข้าร่วมในเหตุการณ์กลั่นแกล้งนั้น ทำให้พฤติกรรม Cyberbullying (ไซเบอร์บูลลีอิง หรือพฤติกรรมหรือคนที่มีพฤติกรรมในการทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือชอบหาเรื่องมาหัวเราะเยาะหาเรื่องดูถูกคนอื่น) ขยายวงกว้าง

รศ.นพ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า เด็กไทยใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ต 4.8 ชั่วโมงต่อวัน โดยใช้ยูทูปมากที่สุด รองลงมาคือไลน์ และเฟซบุ๊ก และ 47% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า เคยแชทกับคนแปลกหน้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 56% เป็นเพื่อนกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อนในสื่อสังคมออนไลน์ 65% เคยให้เพื่อนใช้มือถือขณะที่ยังล็อกอินอยู่บนโซเชียลมีเดีย 28% เคยลืมล็อกเอ้าท์หลังจากใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ และ 6.5% เคยนัดพบกับคนแปลกหน้า นอกจากนี้ 48% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังบอกว่า มีคนอื่นรู้รหัสผ่านของตัวเอง โดยส่วนใหญ่เป็นเพื่อน


นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในฐานะของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้ตระหนักถึงบทบาทการส่งเสริมการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย จึงได้ริเริ่มโครงการเซฟอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ปี 2557 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมทางอินเตอร์เน็ตที่ปลอดภัยต่อเด็กและเยาวชน โดยการจัดเวิร์กช้อปให้ความรู้ และสอนวิธีการรับมือหากถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 27,000 คน ใน 50 โรงเรียน

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระแสของดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยเป็นอย่างมาก และจากผลสำรวจเมื่อมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือนปี 2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า เด็กที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตจำนวน 89.8% และการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือวัยรุ่น โดยกลุ่มดังกล่าวมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการถูกล่อล่วงทางออนไลน์มากขึ้น

“เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ซึ่งนับวันปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงและมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น โดยเริ่มจากการสร้างความตระหนักรู้ให้มาก ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และจะต้องแก้ไขในกลุ่มที่มีปัญหาโดยตรง เชื่อมโยงกับโรงเรียน โดยในอนาคตจะมีการวางระบบอินเตอร์เน็ตสีขาว ซึ่งเป็นภาคต่อจากระบบเน็ตประชารัฐ เพื่อให้เกิดการใช้อินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมแก่เยาวชน” นายพิเชฐ กล่าว

Advertisement