ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคมโฆษกกระทรวง นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคมรองโฆษกกระทรวง ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ กรณีรถโดยสารไม่ประจำทางเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเข 304 บริเวณ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 โดยทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม เวลา 19.30 น. รถบัสนำเที่ยวของ บริษัท สมพิศ ขนส่ง ซึ่งเป็นรถบัส 2 ชั้น ทะเบียน 30-0160 กาฬสินธุ์ เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนและชนต้นไม้ริมทาง บนถนนสาย 304 นครราชสีมา – กบินทร์บุรี โค้งบ้านมะกูดหวาน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สันนิฐานว่าพนักงานขับรถด้วยความประมาทและไม่ชำนาญเส้นทางประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเขา
ทางกระทรวงคมนาคมให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจสอบระบบ GPS ของรถในช่วงเกิดเหตุพบว่า มีลักษณะการใช้ความเร็วไม่เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง และไม่ได้ตรวจสภาพรถตามรอบที่กำหนด โดย ขบ. อยู่ระหว่างเรียกผู้ประกอบการขนส่งและติดตามพนักงานขับรถให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยจะพิจารณาลงโทษขั้นสูงสุด
นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมสั่งการ ขบ. เข้มงวดเรื่องวินัยของผู้ขับขี่ มาตรการบังคับใช้เข็มขัดนิรภัย มาตรการควบคุมรถ 2 ชั้น โดยเฉพาะการตรวจประวัติ และในอนาคตนอกจากระบบGPSให้นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ควบคุมเพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น เครื่องจับความง่วง เครื่องเตือนขณะขับขี่ สำหรับถนนสาย 304 ซึ่งมีโค้งที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ให้ กรมทางหลวง (ทล.) เพิ่มมาตรฐานอุปกรณ์และเครื่องป้องกันมากขึ้นจากมาตรฐานสากลที่ได้ทำไว้ ได้แก่ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ความสูงแบริเออร์ ขนาดป้ายเชฟรอนให้เกินมาตรฐานสากลตลอดแนวเส้นทางจุดเสี่ยงและทุกโค้ง

