น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถานการณ์หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ลงนามในคำสั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ(ยูเอสทีอาร์)พิจารณาเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ารวม 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ จากสินค้า 1,300 รายการ ว่า ระยะสั้นสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคเศรษฐกิจโลก อาจจะเกิดความไม่มีเสถียรภาพในช่วงที่ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ และจีนจะตอบโต้กันอย่างไรบ้าง แต่จะผลต่อค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และตลาดทุนมีแนวโน้มชะลอตัว ราคาทองคำอาจปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่าและความต้องการลงทุนในน้ำมันเพิ่มขึ้นในภาวะตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยง ซึ่งต้องติดตามค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และหามาตรการใหม่รับมือมาตรการที่สหรัฐฯออกมาเพิ่มเติม
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ระยะสั้นผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกโดยตรงต่อไทยยังไม่มีชัดเจน แต่ต้องติดตามผลกระทบทางอ้อมต่อ สินค้าของไทยที่อยู่ห่วงโซ่การผลิตของจีน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเม็ดพลาสติก เป็นต้น อาจได้รับผลกระทบ ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคจีนที่ถูกสหรัฐฯเก็บภาษี เช่น เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ อาจไหลเข้าสู่ไทยมากขึ้น ซึ่งต้องหาแนวทางติดตามและป้องกันไม่ให้มีการเข้ามาทุ่มตลาดในไทย

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า กระทรวงฯไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประจวบเหมาะว่าเดือนเมษายนนี้ จะมีการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงและการลงทุนของ ไทย-สหรัฐฯ(Trade and Investment Framework Agreement Joint Council: TIFA JC) โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ซึ่งไทยจะเตรียมข้อมูลด้านต่างๆเพื่อชี้แจงสิ่งที่ไทยดำเนินการ เช่น การยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจนหลุดจากบัญชีติดตามเป็นพิเศษ(PWL) การแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างจริงจัง เป็นต้น
“หลังจากนั้นจะมีการเยือนระดับรัฐมนตรีเพื่อแสดงเจตจำนงในการร่วมมือแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า และกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป ”
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ถือเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย โดย 2 เดือนแรกของปี 2561 ไทยส่งออกไปสหรัฐฯมูลค่า 42,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสัดส่วน10.4 %ของการส่งออกทั้งหมด ขยายตัว 8.2% สินค้าส่งออกสำคัญคือเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ฯ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารทะเล กระป๋องและแปรรูป และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น


