น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีสหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีจากจีนจำนวน1,300 รายการ ว่า ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทย โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตารายละเอียดของสินค้าทั้ง 1,300 รายการ ว่าชนิดใดที่อาจกระทบกับไทย ซึ่งสามารถส่งเรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรมไปยังองค์การการค้าโลก(WTO)ได้ พร้อมกันนี้ กระทรวงฯกำลังจับตาการไหลเข้าของกลุ่มสินค้าทุกรายการ เพื่อไม่ให้กระทบกับภาคอุตสาหกรรมในประเทศอย่างใกล้ชิดด้วย
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ส่วนการขึ้นภาษีสินค้าเหล็กและอลูมิเนียม ที่สหรัฐได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าก่อนหน้านี้ โดยคืบหน้าล่าสุด ทางผู้นำเข้าและผู้ส่งออกไทย อยู่ระหว่างการยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ เพื่อขอยกเว้นภาษีแบบรายพิกัด ขณะที่รัฐบาลไทยเตรียมยื่นหนังสือขอยกเว้นรายประเทศ ผ่านเวทีประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐ หรือ TIFA(Trade and Investment Framework Agreement) ซึ่งกำหนดจัดในเดือนเมษายนนี้ ความตกลงการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ
น.ส. ชุติมา กล่าวว่า ยอมรับว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และกรณีการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หรือ เบร็กซิท(Bexit) ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยทั้งสิ้น เนื่องจากทั้งหมดนับเป็นตลาดหลักสำคัญของไทย โดยกระทรวงฯจะเร่งเจรจาการค้าแบบรายประเทศ และแบบรายภูมิภาคในตลาดอื่นเพิ่ม รวมทั้งเร่งเจาะตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมากขึ้น
” ยืนยันกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายอัตราการขยายตัวส่งออกปีนี้ไว้ที่ 8% ซึ่งจะเห็นว่าช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ตัวเลขการส่งออกของไทยเติบโตมากกว่า 8%แล้ว แต่คงต้องติดตามว่าสหรัฐจะประกาศอะไรออกมาอีก และจะกระทบต่อภาคการส่งออกของโลก รวมถึงไทยมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวและเร่งหาตลาดใหม่เพื่อชดเชยการส่งออกไว้บ้างแล้ว” น.ส.ชุติมา กล่าว

