รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า ช่วงระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2556 – 24 มีนาคม 2558 มีบุคคลรวม 25 ราย รู้เห็นและหรือตกลงร่วมกันในการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยสลับกันเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ทั้ง 6 ตัว ในลักษณะอำพรางและ/หรือต่อเนื่อง ทำให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลอื่นเข้าซื้อหรือขายหลักทรัพย์ดังกล่าว
โดยมีรายละเอียดผู้กระทำผิด ดังนี้ 1.กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS โดยขณะเกิดเหตุชื่อบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือ SLC มีผู้กระทำผิด 23 ราย 2.กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL มีผู้กระทำผิด 6 ราย 3.กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัทโพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ POLAR โดยขณะเกิดเหตุชื่อบริษัท วธน แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ WAT มีผู้กระทำผิด 17 ราย
4.กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC มีผู้กระทำผิด 11 ราย 5.กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NINE มีผู้กระทำผิด 12 ราย และ 6. กรณีสร้างราคาใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NINE-W1 มีผู้กระทำผิด 5 ราย
ซึ่งการกระทำของบุคคลทั้ง 25 ราย เป็นการดำเนินการอย่างเป็นกระบวนการ โดยสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทั้งทางการเงินและความสัมพันธ์ส่วนบุคคล รวมทั้งวิธีส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะที่เป็นการผลักดันราคา และหรือพยุงราคาอย่างต่อเนื่องในหลายช่วงเวลาต่างกัน ตลอดจนเป็นการกระทำโดยมีการปิดบังหรือปกปิดความสัมพันธ์และการส่งคำสั่งซื้อขายดังกล่าว จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 243(1) ประกอบมาตรา 244 และมาตรา 243(2) และมีระวางโทษตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นความผิดตามมาตรา 244/3 และมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ โดยการปรับทางแพ่งกับผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตาม ผู้กระทำผิดทั้ง 25 ราย ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต.จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด จำนวน 890,789,424 บาท
ทั้งนี้การที่ ค.ม.พ. ให้ปรับทางแพ่งกับผู้กระทำผิด มีผลทำให้ผู้กระทำผิดทั้งหมดเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจ ในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังได้รายงานการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าว เป็นความผิดมูลฐานตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
สำหรับรายชื่อผู้กระทำผิดทั้ง 25 ราย ประกอบด้วย 1.นายยรรยงค์ อินทรสงเคราะห์ 2.นายระวีโรจน์ เขียนนิลศิริ 3.นายเอกวิชญ์ กมลเทพา 4.นายศิร์วสิษฎ์ สายน้ำผึ้ง 5.นางวรณัน เลิศกุลธรรม 6.นายภาณุรักษ์ แสงอร่าม 7.นางสาวพรเพ็ญ นิธิเกษม 8.นางสาวกรรณิดา ตั้งกิจตรงเจริญ 9.นายกรวิช อัศวกุล 10.นายภควันต์ วงษ์โอภาสี 11.นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล 12.นายพิสิษฏ์ พิพัฒน์วิไลกุล 13.นายสงกรานต์ ตันศิริ 14.นายปรีชา ตันติวัฒนวัลลภ 15.นายวิรัตน์ ตันสวัสดิ์ 16.นายอมร พรหมดีราช 17.นางสุภวรรณ รัตนวัน 18.นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ 19.นายธนพล วิระเทพสุภรณ์ 20.นายตรีขนิษฐ์ มากรักษา 21.นายธิติพัฒน์ ธิติพันธุ์ 22.นายธีระชัย รัตนกมลพร 23.นายนิรันดร์ เหตระกูล 24.นางสาวพัชรา มาสอน และ 25.นางสาวพรพรรณ สะระบุญมา

