สิ้นสุดการรอคอยมานานกว่า 10 ปี เมื่อ ขสมก.เปิดตัวรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 100 คัน พร้อมนำเข้าระบบวิ่งให้บริการใน 8 เส้นทางแรก เริ่ม 27 มีนาคมนี้
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)จัดพิธีเปิดตัวรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี) 489 คัน ล็อตแรก 100 คัน โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหาร ขสมก. และผู้บริหารกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน) และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด(มหาชน) ผู้ชนะการประมูล เข้าร่วมในพิธีเปิด
นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ และรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า รถเมล์เอ็นจีวีที่กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ส่งมอบล็อตแรก จำนวน 100 คันในครั้งนี้ จะถูกนำมาวิ่งให้บริการใน 8 เส้นทาง ของเขตการเดินรถที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ประกอบด้วย สาย 20 ป้อมพระจุลจอมเกล้า-ท่าน้ำดินแดง ,สาย 21 วัดคู่สร้าง-จุฬาฯ ,สาย 138 พระประแดง – หมอชิต 2 ,สาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสาย 105 มหาชัยเมืองใหม่-คลองสาน
นายประยูร กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อรับมอบรถใหม่ครบทั้งหมด 489 คันแล้ว ขสมก.จะนำไปบรรจุในเส้นทางของเขตการเดินรถที่ 5 ,2 ,1 และ 3 รวม 25 เส้นทาง ครอบคลุมการให้บริการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยได้รับการยืนยันจากกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ว่าจะทยอยส่งมอบรถที่เหลือให้ครบทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน) หรือ CHO กล่าวว่า การส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี 100 คันแรกให้กับ ขสมก.ในครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้ ส่วนรถเมล์ที่เหลืออยู่ระหว่างประกอบและติดตั้งชิ้นส่วนตามเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) โดยจะส่งมอบล็อตที่ 2 อีก 100 คัน ภายในวันที่ 26 เมษายน ล็อตที่ 3 อีก 100 คัน ภายในวันที่ 26 พฤษภาคม และล็อตสุดท้าย 189 คัน จะส่งมอบได้ภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2561
นอกจากนี้กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO เตรียมลงทุนสร้างศูนย์บำรุงรักษาและซ่อมแซมรถโดยสารตามสัญญาว่าจ้างซ่อมบำรุง ระยะ 10 ปี เพื่อดูแลการบำรุงรักษาและซ่อมแซมรถโดยสารในเขตการเดินรถที่ 1,2,3 และ 5
ด้านนายอาคม กล่าวว่า รถเมล์เอ็นจีวีใหม่ที่ ขสมก.นำมาให้บริการนี้ทั้งนี้เป็นรถโดยสารชานต่ำ ขนาด 12 เมตร 35 ที่นั่ง รองรับการใช้งานของผู้พิการและผู้สูงอายุ ระบบเบรกเอบีเอส พร้อมปรับลดระดับความสูงของตัวรถ มีถังก๊าซ 9 ใบ ภายในห้องโดยสารบุฉนวนกันความร้อนและเสียงรบกวน เก้าอี้โดยสารปกติ 31 ที่นั่ง และแบบพับได้ 4 ที่นั่ง มีป้ายไฟดิจิทัลบอกเส้นทาง ,กล้อง CCTV 5 จุด พื้นที่จอดวีลแชร์ 2 คัน พร้อมที่ล็อคล้อ กริ่งสัญญาณหยุดรถสำหรับคนพิการ มีระบบจีพีเอสเพื่อให้ตรวจสอบพิกัดของรถโดยสารผ่านสมาร์ทโฟน มีระบบ E-Ticket รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและตั๋วร่วม เป็นต้น เมื่อนำมาให้บริการแล้วประชาชนก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นแน่นอน
นายอาคม กล่าวว่า ทั้งนี้ในอนาคตเมื่อมีรถใหม่มาวิ่งให้บริการตามจำนวนที่กำหนด รถเมล์ ขสมก.ก็จะมีการเชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆเพื่ออำนวยจะสะดวกประชาชนให้มากขึ้นด้วย โดยในส่วนของค่าโดยสารนั้นจะยังเป็นอัตราเดิม ไม่มีการปรับขึ้นแน่นอน

