นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมฝนหลวงได้ดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 25-28 มีนาคมที่ผ่านมา รวม 105 เที่ยวบิน เกิดฝนตกใน 24 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 7 จังหวัด ภาคกลาง 4 จังหวัด ภาคตะวันตก 6 จังหวัด ภาคตะวันออก 5 จังหวัด และภาคใต้ 2 จังหวัด รวมพื้นที่ที่ฝนตก 6.8 ล้านไร่ มีปริมาณน้ำไหลลง 6 เขื่อน จำนวน 15.8 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเดือนเมษายนนี้ กรมฝนหลวงได้ปรับแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงใหม่ เน้นพื้นที่ประสบภัยแล้งเป็นหลัก เพิ่มเพิ่มปริมาณน้ำในอ่าง
นายสุรพลกล่าวถึงสถานการณ์ป้องกันน้ำเค็มว่า กรมชลประทานได้รายงานว่า จากปัจจัยของลมตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนสูงมากกว่าปริมาณที่คาดการณ์ไว้ 50 เซนติเมตร ทำให้ค่าความเค็มเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น ในขณะนี้ค่าความเค็มได้เริ่มลดลงแล้ว เนื่องจากกรมชลประทานได้เพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนพระราม 6 ที่กักตุนไว้ จากอัตราจาก 20 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที เป็น 35 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที เมื่อรวมกับปริมาณที่ปล่อยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา 75 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที จะมีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 110 ล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที ช่วยรักษาระดับความเค็มให้กลับอยู่ในค่าปกติได้ จึงไม่กระทบต่อการผลิตน้ำประปาแน่นอน

