เมื่อวันที่ 27มีนาคม นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีหนังสือขอให้พนักงานอัยการฟ้องกับผู้กระทำผิด 25 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ (ปั่นหุ้น) 6 หลักทรัพย์ คือ บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) บมจ.มิลล์คอน สตีล (MILL) บมจ.โพลาริส แคปปิตัล (POLAR) บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ (NINE) และ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ (NINE-W1)ต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด จำนวน 890,789,424 บาท ว่า จากการประสานงานไปยัง นางอมราวดี ศัลยพงษ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแพ่ง ได้ข้อมูลว่า สำนักงานคดีเเพ่งเพิ่งได้รับสำนวนที่จะให้ฟ้องบังคับตามมาตราการทางเเพ่งจาก ก.ล.ต.เมื่อวันที่ 26มีนาคม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่พนักงานอัยการกำลังพิจารณาสำนวนซึ่งทางอัยการจะดูรายละเอียดทั้งจ้อเท็จจริงเเละข้อกฎหมายก่อนที่พิจารณาว่าจะรับว่าต่างคดีหรือไม่จะมีคำสั่งเเจ้งให้ทราบอีกครั้ง
นายประยุทธ ได้อธิบายถึงขั้นตอนทางกฎหมายต่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งตามกฎหมายหากมีการกล่าวหาว่าทั้ง25รายมีการกระทำผิด ตามมาตรา317/1เขียนไว้ชัดเจนว่าให้ ก.ล.ต.เห็นว่าควรดำเนินการลงโทษทางเเพ่งจะ เสนอ ไปยังคณะกรรมการพิจารณาการลงโทษทางเเพ่งได้ ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวนั้นจะประกอบไปด้วยอัยการสูงสุด อัยการสูงสุด ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบดีดีเอสไอ และเลขาธิการ ก.ล.ต เป็นคณะกรรมการพิจารณา ซึ่งหากคณะกรรมการชุดดังกล่าวเห็นชอบตามที่ กลต.เสนอ ก็จะมีมาตราการลงโทษทางเเพ่งซึ่งฝ่ายคนที่ถูกกล่าวหาถ้ายินยอมปฎิบัติตามที่กรรมการชุดนี้กำหนดจะมีการทำบันทึกความยินยอมเพื่อชำระเงินตามที่กำหนด เเละเมื่อชำระหมดคดีจะสิ้นสุดทั้งในส่วนเเพ่งเเละอาญา เเต่ในกรณีนี้ทางคณะกรรมการมีมติตั้งเเต่ปี2559เเต่ไม่มีการชำระ ตัวกฎหมายก็เขียนไว้ในมาตรา 317/8 บอกว่าให้สามารถฟ้องคดีต่อศาลเเพ่งได้ ซึ่งการตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการเเละพนักงานอัยการมาตรา 14 (5)ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่ากรณีนิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เเต่มี พ.ร.บ.หรือ พ.ร.ก.จัดตั้งขึ้น หากอัยการเห็นสมควรก็จะรับดำเนินการให้ตรงนี้ถือเป็นดุลพินิจของอัยการ ซึ่งก.ล.ต.ก็จัดอยู่ในหน่วยงานที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเเต่เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งโดยกฎหมายโดยมี พ.ร.บ.จัดตั้ง ที่สามารถส่งให้อัยการดำเนินการทางเเพ่งได้

