นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างมอบนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 28 มีนาคม ว่า งบประมาณกลางปีเพิ่มเติมปี 2561 ที่กระทรวงเกษตรฯ ได้รับ 24,000 ล้านบาท นั้น กระทรวงเกษตรฯ ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเร็วที่สุด โดยช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรงทั้งในส่วนโครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่มีกิจกรรมในการอบรมเกษตรกรเพื่อพัฒนาอาชีพแล้ว ก็ให้หารือร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ในการสนับสนุนสินเชื่อให้เกษตรกรที่ผ่านการอบรมแล้ว และมีบุคคลค้ำประกันสามารถกู้เงินได้ โดยคิดดอกเบี้ย 4% เพื่อเกษตรกรรายย่อยจะได้ไม่ประสบปัญหาทางการเงินมาก
อีกส่วนหนึ่ง คือ การลดปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย ที่มีบริษัทรายใหญ่ผูกขาดอยู่ 3-4 แห่ง ให้ติดต่อขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้ลดราคาปุ๋ยลงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และควรส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยสั่งตัดมากขึ้น ผ่านระบบสหกรณ์ รวมถึงการลดปริมาณผลผลิตยางพาราให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดก็เป็นมาตรการที่น่าสนใจ
นายสมคิด กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องผลักดันให้มีหน่วยงานรองรับเรื่องการพัฒนาระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ในทุกจังหวัด ทั้งนี้ ภาครัฐกำลังนำระบบอินเตอร์เน็ตเข้าไปในทุกหมู่บ้าน หากกระทรวงเกษตรฯ อยากให้มีการนำอินเตอร์เน็ตลงพื้นที่ไหน ให้ติดต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ทันที
อีกเรื่องที่อยากเน้นย้ำคือ การเพิ่มปริมาณโค ที่กำลังดำเนินการทั้ง 3 โครงการ คือ 1.โคบาลบูรพา 2.โคเนื้อสร้างอาชีพ 3.โคทดแทนการปลูกพืชไม่เหมาะสม ที่ได้เพิ่มจำนวนวัวไปแล้ว 300,000 ตัว รองรับเกษตรกร 27,000 ราย ทั้งนี้ ยังมีเกษตรกรอีก 32,000 ราย ที่อยากเลี้ยงวัวดังกล่าว เนื่องจากโคเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย และให้ผลตอบแทนสูง เรื่องนี้ต้องผลักดันให้เกษตรกรได้รับพันธุ์วัวเร็วที่สุด หากไม่สามารถผลิตลูกวัวได้ทัน ต้องหาวิธีเพิ่มเติม อาทิ การนำเข้า เป็นต้น ซึ่งกรมปศุสัตว์ต้องเร่งดำเนินการ รัฐบาลพร้อมสนับสนุน
นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องความโปร่งใสก็สำคัญ อาทิ กรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องมีการจัดประชุมครั้งใหญ่ ระดมความคิดและตอบให้ได้ว่าจะปฏิรูประบบสหกรณ์อย่างไร เนื่องจากทุกโครงการของทางภาครัฐผ่านระบบสหกรณ์ทั้งสิ้น ต้องทำให้ระบบนี้มีศักยภาพเต็มที่และไม่มีการทุจริต
“เมื่องบกระจายลงไปในพื้นที่แล้ว บางครั้งก็ควบคุมการทุจริตได้ยาก มาตรการไหนที่สามารถส่งเงินให้เกษตรกรได้โดยตรงจะลดโอกาสทุจริตลงได้มาก อีกทั้งนโยบายต่างๆ ต้องประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับทราบและเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพว่ากระทรวงเกษตรฯ กำลังดำเนินการเรื่องใดอยู่บ้าง” นายสมคิด กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 มีนาคม นายสมคิด จะเดินทางมารับฟังความคืบหน้าที่ได้มอบหมายไว้ ที่กระทรวงพาณิชย์ โดยทางกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมรายงานสถานการณ์เรื่องการดูแลค่าครองชีพ แนวทางพัฒนาเอสเอ็มอี และผลักดันการส่งออก

