นางภรณี ทองเย็น รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า กระแสเม็ดเงินจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่ายังคงมีแรงขายต่อเนื่องแต่อาจจะชะลอตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2 นี้จะมีแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนที่รอรับเงินปันผลจากหุ้นปันผล ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขึ้นเครื่องหมาย XD ประมาณ 329 บริษัท มีโอกาสกดดันดัชนีตลาดหลักทรัพย์ โดยประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 2 จะผันผวนสูง และเคลื่อนไหวในกรอบ 1,787-1,839 จุด จากปัจจัยการกีดกันการค้าสหรัฐฯ-จีน แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนปัจจัยภายในประเทศนักลงทุนยังรอติดตามการจัดเลือกตั้งว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่
“นโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ และการทำสงครามการค้าผ่านการตั้งกำแพงภาษี เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้าโลก ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าการค้าโลกปีนี้ชะลอตัวลง รวมทั้งความผันผวนของค่าเงินจะทำให้เงินบาทยังคงแข็งค่า ดังนั้นจึงอาจจะทำให้การส่งออกในปีนี้ไม่ได้เติบโตโดดเด่นเท่ากับปีที่ผ่านมา ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้ จึงมาจากการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก” นางภรณีกล่าว
นางภรณี กล่าวว่า ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วต่างทยอยเดินหน้าใช้นโยบายการเงินตึงตัว ยกเว้นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่น่าจะยังใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป สำหรับไทยเองคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ตลอดช่วงครึ่งปีแรก หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% ในช่วงครึ่งปีหลัง

