นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนาประจำปีของสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ราชพัสดุ พ.ศ. .. และร่างพ.ร.บ.การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. ..ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยในส่วนของพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุนั้นแก้ไขในนิยามและสาระสำคัญ เพื่อให้การทำงานคล่องตัวขึ้น เนื่องจากกฎหมายใช้มานานประมาณ 43 ปี
ประกอบกับข้อกำหนดของทางกฤษฎีกาเรื่องการทบทวนกฎหมายทุกๆ 5 ปี โดยการปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ ได้กำหนดนิยามคำว่าที่ราชพัสดุให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยจะนับรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศด้วย นอกจากนี้ได้กำหนดองค์ประกอบการของคณะกรรมการที่ราชพัสดุเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าควรจะมีภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย
“ความคืบหน้าของพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ ทางครม.มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยการแก้ไขพ.ร.บ.ในครั้งนี้ เพื่อกำหนดนิยามที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนและคล่องตัวมากขึ้น เช่น อสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศที่เป็นที่ราชพัสดุ ได้ประสานกับทางกระทรวงการต่างประเทศแล้ว เพราฉะนั้นหากมีกฎหมายนี้ออกมารองรับ เรื่องรายละเอียดต่างๆ ก็จะทยอยออกกฎหมายลูกในอนาคต นอกจากนี้แล้วได้เสนอให้แก้ไข การพิจารณาโครงการบริการสาธารณะที่วงเงินเกิน 5,000 ล้านบาท จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการที่ราชพัสดุด้วย” นายวิสุทธิ์กล่าว
นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไตรมาส 4/2560 สินเชื่อผู้ประกอบการอยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาท ขยายตัวประมาณ 7.7% ขณะที่สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท ส่วนแนวโน้มการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 6.4% ใกล้เคียงกับปี 2560
โดยปัจจัยหลักมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทำให้ระบบโครงข่ายคมนาคมเชื่อมถึงกัน การขยายตัวของการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนี้เริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการปล่อยเช่าที่อยู่อาศัยในบริเวณสถานพยาบาล เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากมีราคาที่พักถูกกว่า เมื่อเทียบกับการต้องจ่ายค่าที่พักก่อนการรับบริการหรือผ่าตัดในโรงพยาบาล
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ยังเป็นปีที่เงินบาทถูกดดันจากปัจจัยข้อพิพาททางการค้าของเศรษฐกิจโลก แต่ก็ยังทิศทางของกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้ามาในตลาดทุนไทย โดยที่ผ่านมามีฟันด์โฟลว์เข้ามาประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามาเห็นการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย สภาพคล่องของระบบการเงินยังสูง หนี้ครัวเรือนค่อยๆ ลดลง และอีอีซียังเป็นโครงการสำคัญที่ผลักดันการลงทุนในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเรื่องกำลังแรงงานของไทย ซึ่งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 6 หมื่นคน จาก 4.3 แสนคน เพิ่มเป็น 4.9 แสนคนในปัจจุบัน ขณะเดียวกันพบว่ามีผู้มีงานทำลดลงถึง 8 หมื่นคน สูงกว่าอัตราการว่างงาน สะท้อนว่าแรงงานบางส่วนเริ่มเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ

