นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประชุมมอบนโยบายการดำเนินการแก่ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ระดับสูง โดยนายสมคิดให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องเตรียมการเรื่องการที่ไทยจะเข้าร่วมในข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ รัฐมนตรี ปลัด ต้องตั้งคณะกรรมการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของ TPP ผ่อนปรนลงไปพอสมควร ตามหลักการถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะเข้าร่วม TPP แต่ต้องดำเนินการหารือทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ คาดว่าจะไม่มีอุปสรรคใหญ่อย่างแน่นอน และการเข้าร่วมครั้งนี้จะมีผลดีต่อไทยมากกว่าผลเสีย ซึ่งไทยจะเข้าร่วม TPP ภายในปีนี้
นายสมคิด กล่าวว่า ส่วนเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) นั้น ไทยกับญี่ปุ่นให้ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมานาน ในอนาคตนอกจากเรื่องลดภาษีอากรแล้ว ไทยต้องเน้นความร่วมมือในด้านอื่นด้วย เพื่อให้เอื้อประโยชน์ทางการค้า สร้างความเข้มแข็งของทั้ง 2 ประเทศ อาทิ อุตสาหกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ที่ถือว่าเป็นจุดเเข็งของญี่ปุ่น ซึ่งไทยจำเป็นต้องหาช่องทางเหล่านี้มาพัฒนาในการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจยุคใหม่ เช่น อี-คอมเมิร์ซ ให้ได้
นายสมคิดกล่าวว่า ส่วนเรื่องราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับตัวลดลงนั้น เกิดจากผลผลิตที่ออกมาเยอะ ซึ่งกรมการค้าภายในต้องกำกับดูแลให้ราคาไม่ปรับตัวลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และกระทรวงพาณิชย์จะช่วยผลักดันให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อลดผลผลิตภายในประเทศ รวมถึงเร่งตรวจสอบไม่ให้มีการขนน้ำมันปาล์มเข้าประเทศด้วย เพื่อพยุงราคาน้ำมันปาล์ม ส่วนเรื่องโครงการธงฟ้าประชารัฐ จากเดิมมี 20,000 แห่ง จะเพิ่มเข้าไปอีก 20,000 แห่ง โดยกระทรวงพาณิชย์ต้องตรวจสอบว่าสินค้าชนิดใดขายดี หรือไม่ดี และร่วมกับเอกชน โดยคำนึงว่าสินค้าต้องใช้งานได้จริง และราคาต้องลดให้เหมาะสม เพราะเป็นสินค้าที่ขายให้ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงต้องนำสินค้าชุมชนมาเข้าร่วมด้วย

