
ภาวะตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 มีนาคม ปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังเปิดตลาดในช่วงเช้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากนั้นดัชนีปรับลดลงแรงและอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงท้ายก่อนตลาดปิดหุ้นร่วงลงหนัก ปิดตลาดที่ระดับ 1,766.92 จุด ลดลง 18.07 จุด หรือลดลง 1.01% มูลค่าซื้อขาย 84,249.32 ล้านบาท แบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 4,431.74 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 1,277.17 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,698.86 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศ ซื้อสุทธิ 7,407.77 ล้านบาท
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า สาเหตุที่ภาวะตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นหลัก เนื่องจากความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการค้าและการลงทุนของสหรัฐและจีน ที่อาจจะกระตุ้นความผันผวนได้เป็นระยะๆ ซึ่งต้องติดตามต่อเนื่อง ประกอบกับการดิ่งลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังมีความกังวลเรื่องภูมิศาสตร์การเมืองในตะวันออกกลางเบาบางลง และตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น จะส่งผลเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ทำให้บทบาทในการเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่ผลักดันดัชนีหุ้นไทยถดถอยลง นอกจากนี้ กลุ่มธนาคารพาณิชย์มีประเด็นลบเพิ่มเติมจากการที่ธนาคารหลักๆ ประกาศไม่เก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมโอนเงิน จะส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อเนื่องอยู่บ้าง จากการที่จะมีธนาคารอื่นๆ ประกาศนโยบายตามมา โดยรวมคาดว่าจะร่วมกดดันดัชนีตลาดหุ้นให้ปรับลงต่อได้ จึงมีข้อแนะนำกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นคือ หากดัชนียืนเหนือ 1,780 จุดไม่ได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน หากยืนเหนือ 1,780 จุดได้ แนะนำการลงทุนในหุ้นรายตัวที่มีพื้นฐานดีและมีข่าวดีสนับสนุน โดยเป็นการลงทุนระยะสั้น ขณะที่หุ้นกลุ่มซื้อเพื่อการลงทุนแนะนำรอสะสมหุ้นเมื่อดัชนีตลาดอยู่ที่ระดับ 1,760 จุด ส่วนหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ HMPRO , MTLS, BEAUTY, RS, CK และแนะนำหุ้น BIG สำหรับถือรอปันผล
