หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ญี่ปุ่น’ ทุ่...

‘ญี่ปุ่น’ ทุ่ม 5 ล้านเหรียญ หนุน ‘ไทย’ สร้างศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น พัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

29.03.18 | 18:50 น.

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรืออาเซียน ไซเบอร์ ซิเคียวริตี้ คาปาซิตี้ บิลดิง เซ็นเตอร์ ตามมติที่ประชุมเทลมิน เจแปน หรือการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศกัมพูชาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว

“ขณะนี้มีความพร้อมเป็นอย่างมาก โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งกระทรวงดีอีได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)(สพธอ.) หรือเอ็ตด้า เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 21 อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นด้านงบประมาณ ราว 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 4 ปี และองค์ความรู้ต่างๆ ทำให้สามารถดำเนินการฝึกอบรมให้แก่สมาชิกอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นายพิเชฐ กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมการ กระทรวงดีอีได้ดำเนินการคู่ขนานกับทางอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นเป็นผู้เตรียมงบประมาณ ส่วนไทยเตรียมคนและสถานที่ ซึ่งยังมีเรื่องของการอนุมัติงบประมาณจากประเทศญี่ปุ่นที่ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ เพราะรายละเอียดหลายอย่างต้องผ่านการเห็นชอบของอาเซียนอีกครั้ง และระหว่างนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับงบประมาณ ทั้งเรื่องแผนการดำเนินการ รายละเอียดหลักสูตรที่จะใช้ฝึกอบรม และการเตรียมการด้านโลจิสติกส์ต่างๆ

นายพิเชฐ กล่าวว่า แม้การสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นจะมีระยะเวลาเพียง 4 ปี แต่จะเป็น 4 ปีที่ทางประเทศญี่ปุ่นได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จำเป็นให้แก่บุคลากรไซเบอร์ในภูมิภาค เพื่อให้อาเซียนสามารถบริหารศูนย์ดังกล่าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นอีกในครั้งต่อไป และไม่ได้เป็นการผูกมัดว่า จะต้องรับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถตัดสินใจเองเพียงประเทศเดียวได้ แต่อาเซียนจะสานต่อและดำเนินการศูนย์นี้ต่อไป โดยอาจรับการสนับสนุนงบประมาณหรือหลักสูตรจากแหล่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศคู่เจรจาของอาเซียน บริษัทเอกชน หรือแม้แต่ประเทศสมาชิกในอาเซียนเอง เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของอาเซียนให้พร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ยิ่งขึ้น ทันต่อเหตุการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและภูมิภาคอาเซียน

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการเอ็ตด้า เปิดเผยว่า จะเริ่มต้นจัดฝึกอบรมสำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของอาเซียนก่อน ทุก 2 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง โดยหลักสูตรที่ใช้มี 3 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรที่เน้นการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ 2.หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลจากการโจมตีทางไซเบอร์ และ 3.หลักสูตรการวิเคราะห์มัลแวร์ประเภทต่างๆ

Advertisement

“คาดว่า ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่นนี้ จะสามารถพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งระดับมืออาชีพและคนรุ่นใหม่ให้แก่ 10 ประเทศอาเซียนได้มากกว่า 700 คน ใน 4 ปี”