‘วีระศักดิ์’ รีวิวเที่ยวเบตง สุดประทับใจ ป่าสวย ชุมชนงาม อาหารอร่อย ปลอดภัย

30.03.18 | 09:08 น.

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วานนี้ได้รับเชิญจากศอบต.ให้ลงมาช่วยเปิดมุมเปิดประเด็นการท่องเที่ยวเพื่อชายแดนใต้ โดยศอบต.อยากให้ตนได้เห็นการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เบตงครับ

“ผมจึงหาวันล่วงหน้าสักเดือน..แล้วเดินทางมาใช้เวลาเยี่ยมเบตงเต็มหนึ่งวัน..โดยมีท่านรมช.ศึกษา พลอ.สุรเชษฐ์ ร่วมเดินทางด้วย เพราะท่านดูแลภาคใต้ชายแดนด้วย ปรากฏว่าคุ้มเวลาเดินทางยิ่ง…และยังความประทับใจมากครับ อย่างแรกคือ ที่เบตงนี้ “สวย” ธรรมชาติยังอุดม ทั้งป่าและพรรณไม้ เขาสูง มีทั้งเขาที่เป็นดินและเขาหินปูน เขียวมากๆ เขียวจนมีนกเงือกอาศัยอยู่มากที่สุด หลากสายพันธุ์ที่แห่งหนึ่งในไทย ไม่ต้องอธิบายล่ะครับ ว่านกเงือกเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมของป่าดิบชื้นเหล่านี้ว่ายังไง เดากันได้อยู่แล้ว เขียวจนหมอกจัดในยามเช้า ผมไปทานมื้อเช้าบนยอดเขาที่อัยเยอเวง มีการสร้างอาคารเล็กๆบนยอด หลายๆแห่งให้สามารถขึ้นไปยืนชมวิวได้เต็มตา สายหมอกเยอะและเย็นชื่นใจเลยครับ ทะเลหมอกอัยเยอเวงนั้น สวยคุ้มค่าต้อนรับการมาเลยเชียว ยิ่งเช้ายิ่งหมอกแน่นหนา สดชื่น และปอดโล่งจริงๆครับ

“อย่างที่สอง เบตงนั้น “งาม” งามด้วยความมีสันติวัฒนธรรมในทุกพื้นที่ ที่นี่คือที่ๆคนไทยเชื้อสายจีนและคนไทยมุสลิมอยู่ปะปนกันแบบสันติที่สุดแห่งหนึ่ง คนลูกหลานจีนในชุมชนกลางป่า ที่มีชื่อว่า ชุมชนปิยะมิตร พวกเขาเป็นลูกหลานของหรือบางคนก็เป็นแนวร่วมพัฒนาชาติไทยครับ หลายต่อหลายหมู่บ้าน เคยเป็นกลุ่มผู้เลื่อมใสในระบอบคอมมิวนิสต์ที่จับอาวุธต่อสู้ด้วยอุดมการณ์มาแล้ว แต่ภายหลังวางอาวุธยุติความรุนแรง แต่คงไว้ซึ่งความเข้มแข็งเชิงอุดมการณ์มีพลังต้านลัทธิที่ไม่เป็นธรรม ทุนสามานย์ และการก่อความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ จึงทำให้กลุ่มผู้ที่ยังก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ไม่สามารถรุกเข้ามาก่อเรื่องได้ง่ายๆ ในพื้นที่นี้

“ท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ผมไปเยือนวันนี้..ล้วนเป็นทีมชาวจีนมลายาที่หันมาวางอาวุธเปิดหมู่บ้านของตัว ให้แขกเหรื่อมาเยี่ยมชม มีอุโมงค์ที่ใช้หลบภัยทางอากาศ มีวิธีหุงหาอาหารที่สกัดมิให้ควันลอยขึ้นไปแสดงตำแหน่งพิกัดให้ถูกตรวจพบ มีเทคนิคเปลี่ยนควันให้เป็นหมอกปกคลุมปนเปไปกับป่าเขา แม้ใช้ดาวเทียมหรือการตรวจหาทางอากาศก็จะมองไม่เห็นอะไรผิดปกติ

Advertisement

“สาม เบตง อร่อย ที่นี่มีวิธีปรุงอาหารและเพาะเลี้ยงที่น่าพิศวง เช่นเพาะไก่เบตง เลี้ยงปลาจีน ปลูกผักท้องถิ่นรสชาติเยี่ยม ปลูกไม้ดอกเมืองหนาว เปิดโฮมสเตย์ พาเดินป่า พาพายเรือแคนูเล็กในลำน้ำ ล่องแก่ง ล่องแพยาง ฯลฯ เบตง มีของดีที่คนนึกไม่ถึงอีกหลายๆอย่างมีกาแฟเบตงที่ปลูกกันตามภูเขา เอามาคั่วแล้วตำให้ละเอียดชงดื่ม หอมมัน และแรง!!

“สี่ เบตง สะอาด ไม่มีมลพิษ ไม่มีขยะเลอะเทอะ ถนนหนทางสะอาดสะอ้าน น้ำในลำธารก็บริสุทธิ์ มีน้ำไหลตลอดปี ที่นี่ฝนแปดแดดสี่ ฝนมักจะมาแผล้บเดียว แต่มาได้เรื่อยๆทุกระยะ ฟ้าจึงครามป่าจึงเขียว น้ำในลำธารจึงไม่เหือดแห้ง มิหนำซ้ำ ในเมืองยังมีบ่อน้ำพุร้อนให้ไปนั่งแช่ขา หรือแม้แต่คนที่อยากลงแบบสระว่ายน้ำแร่อุ่นๆก็ยังมีให้ลองด้วย

“ห้า เบตง ปลอดภัย ไม่มีเรื่องความรุนแรง ผู้คนเป็นมิตร ผู้บริหารท้องถิ่นมีวิสัยทัศน์ ระมัดระวังในการทำงานพัฒนา วันที่ผมไปถึงเบตง ผู้คนออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นพื้นที่แรก ที่นอกจากศอบต. ผู้ว่า นายอำเภอ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารเทศบาลจะมาต้อนรับรายงานตัวสนทนากับผมแล้ว แม้แต่ครู อัยการ สัสดี พัสดี ศุลการกร ขนส่ง เจ้าท่า ประธานสภาหอการค้า ผู้จัดการธนาคารต่างๆฯลฯก็ยังชวนกันเรียงแถวมาต้อนรับ ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี ทีมราชการ พ่อค้า ประชาสังคมแข็งแรงครับ

“หก ที่นี่เป็นอำเภอที่นับว่าห่างจากกรุงเทพฯมากที่สุดของสยามทีเดียว หลักกิโลเมตรสุดท้ายของที่นี่ จึงมีความหมายในตัวเอง ว่าคุณกำลังอยู่ห่างเมืองหลวงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แล้ว ไกลขนาดที่รถที่นี่ไม่ได้ใช้ทะเบียนยะลา แต่เป็นแห่งเดียวที่กรมการขนส่งทางบก ยอมให้พิมพ์ทะเบียนว่า” เบตง” เฉยๆ เก๋มากครับ ที่วงเวียนกลางเมืองมีตู้ไปรษณีย์ดั้งเดิมสีแดงแปร้ด สูงใหญ่ เด่นสง่า ไม่ทันถามว่าสูงใหญ่กว่าที่ใดในสยามหรือไม่ แต่เดาว่าขนาดไม่แพ้ใครล่ะครับ อ่านแล้ว วางแผนชวนกันไปเยี่ยม ไปเที่ยว ไปชิม ไปชม และไปเรียนรู้ ดูอะไรที่มีเอกลักษณ์ของเบตงกันได้เสมอ ไปแล้วจะมีอะไรกลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟังกันปากต่อปากได้แยะเลยครับ”