ดีเดย์! 1 พ.ค.นี้ สคบ.คุมเข้มเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ หอพักทั่วประเทศ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พลตำรวจตรี ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชนชนเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าของผู้ประกอบการหอพัก อพาร์ตเม้นท์ บ้านเช่า ในอัตราที่แพงกว่าอัตราปกติ 2-3 เท่า เช่น เก็บค่าน้ำที่ 17-18 บาทต่อหน่วย ค่าไฟฟ้าที่ 7-10 บาทต่อหน่วย รวมถึงการถูกเอารัดเอาเปรียบจากการทำสัญญาเช่า การเรียกเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าหลายเดือน การหักค่าเสื่อมสภาพเกินความจริง เป็นต้น

สคบ. ในฐานะหน่วยงานหลักในการคุ้มครองผู้บริโภค ได้กำหนดแนวทางเพื่อให้ความคุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการเช่าที่พักอาศัยให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องธุรกิจให้เช่าอาคารที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 ซึ่งประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 นี้เป็นต้นไป

พลตำรวจตรี ประสิทธิ์ฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาการเก็บค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าของผู้ประกอบการจะมีการคิดคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำในกรณีที่มีการจ่ายค่าไฟฟ้าจากการสูบน้ำขึ้นไปเก็บไว้ ไฟฟ้าส่องสว่างของอาคาร เช่น ทางเดิน ที่จอดรถ หรือแม้กระทั่งการจัดให้มีช่างซ่อมบำรุงส่วนต่างๆ ในแต่ละเดือน แล้วนำไปใช้เป็นข้ออ้างต่อผู้เช่าเพื่อการคิดค่าน้ำ ค่าไฟ ในอัตราที่สูงกว่าปกติ ซี่งเป็นต้นเหตุของปัญหาละเมิดสิทธิ์และเอาเปรียบ เมื่อประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องยกเลิกสัญญาฉบับเก่าที่เคยทำไว้กับผู้เช่าทั้งหมด และให้ผู้เช่ามาทำสัญญาใหม่ โดยในสัญญาฉบับใหม่จะต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการเช่า เช่น เขียนชื่อ ที่อยู่ ของผู้ให้เช่าและผู้เช่า กำหนดระยะเวลาในการเช่า ทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่ให้เช่า อัตราค่าบริการต่างๆ ทั้ง ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ รวมถึงวิธีการชำระค่าบริการต่างๆ ให้ชัดเจน พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไงการเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าจะต้องไม่เรียกเก็บเกิน 1 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของค่าน้ำประปา ค่ากระแสไฟฟ้า (ในอัตราที่การไฟฟ้าและการประปากำหนดไว้ โดยให้นำต้นทุนค่าใช้อื่นที่เกี่ยวข้องคิดแยกออกมาต่างหาก โดยต้องชี้แจงในใบเสร็จให้ผู้เช่าทราบอย่างชัดเจน) หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความทำผิด มีโทษคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับหนึ่งห้องต่อหนึ่งสัญญา

พลตำรวจตรี ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์

ทั้งนี้ ในประกาศดังกล่าวจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบการหอพักต้องดำเนินการ เช่น ต้องจัดทำหลักฐานการตรวจรับสภาพอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ (ถ้ามี) โดยให้ผู้เช่าเก็บไว้
เป็นหลักฐานด้วย ต้องส่งใบแจ้งหนี้ที่แสดงรายละเอียดข้างต้นทั้งหมดให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนถึงกำหนดเพื่อให้โอกาสผู้เช่ามีสิทธิตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายต่างๆ ห้ามผู้ประกอบการยึดทรัพย์ หรือข้าวของเครื่องใช้ของผู้เช่าด้วย ห้ามล็อคห้องไม่ใช้เข้า ในกรณีที่ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่า ฯลฯ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ “ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าอาคาร ที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา พ.ศ.๒๕๖๑”)

โดยที่ผ่านมา สคบ. มีการจัดทำประชาพิจารณ์เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้ประกอบการและผู้เช่า และมีการรณรงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามประกาศของ สคบ. ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.สร้างการรับรู้ให้กับเจ้าของหอพักได้ปฏิบัติตามประกาศของ สคบ. 2.สร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภค และ 3. การตรวจสอบสภาพหอพักให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. โทร. 1166 หรือทางระบบร้องเรียนออนไลน์ www.ocpb.go.th

บทความก่อนหน้านี้สุรินทร์ พบแม่วัวเป็นพิษสุนัขบ้าตายอีก 1 ตัว เจ้าของสุดเสียใจบอกไม่รู้ไปติดเชื้อมาจากไหน
บทความถัดไปนาทีชีวิต! ทหารอุ้ม ‘สาวท้องแก่’ ใกล้คลอดลงจากยอดเขาส่งรพ. ปลื้มปลอดภัยทั้งแม่และลูก