น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า สภาผู้ส่งออกคาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ 5.5% จากปีที่ผ่านมา ภายใต้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ เพราะตัวเลขการส่งออกของปีนี้เพิ่งออกมาได้ 2 เดือนจึงต้องติดตามปัจจัยที่จะมีผลกระทบกับการส่งออกต่อไป อย่างไรก็ตามการส่งออกในรูปเงินบาทเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ติดลบ แต่ในรูปเงินเหรียญสหรัฐขยายตัว จากผลกระทบเงินบาทแข็งค่า เรื่องนี้หากเกิดในระยะสั้นดูจะไม่มีผลกระทบนักเพราะผู้ประกอบการส่งออกของไทยพยายามผลักดันการส่งออกให้ได้ในปริมาณมากขึ้นเพื่อชดเชยเงินบาทที่หายไป ส่วนในระยะกลาง-ยาว หากการส่งออกในรูปแบบเงินบาทยังติดลบ จะทำให้ผู้ประกอบการเริ่มขาดทุน ส่งผลไปถึงการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐอาจจะลดลงด้วย
“ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รับทราบถึงปัญหาและดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องไม่ได้กระทบเพียงรายได้รูปเงินบาทของผู้ส่งออก แต่จะกระทบกับภาคการท่องเที่ยวของไทยด้วย ซึ่งเป็นอีกตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยต่างชาติเวลาเข้ามาเที่ยวในไทยจะต้องใช้เงินปริมาณเพิ่มขึ้นในการซื้อสินค้าหรือบริการในปริมาณเดิม” น.ส.กัณญภัคกล่าว
น.ส.กัณญภัค กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจภาพรวมของไทยโดยเฉพาะการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ เชื่อว่าภาพรวมจะออกมาดี หลายสำนักคาดการณ์ออกมาว่าจะขยายตัวได้ 4-4.5% จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแม้ตัวเลขโดยรวมจะออกมาดีแต่คนยังมีความรู้สึกว่ากำลังซื้อหรือการจับจ่ายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่วนการที่ภาครัฐอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ แต่เงินยังกระจุกอยู่กับบางพื้นที่ อย่างท่องเที่ยวได้เฉพาะกับเมืองใหญ่ ทำให้รายได้กระจายไม่ทั่วถึง

