“สนธิรัตน์”สั่งเกาะติดผลกระทบจีนขึ้นภาษีโต้สหรัฐฯ

2.04.18 | 17:54 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีจีนประกาศตอบโต้การค้ากับสหรัฐฯ โดยปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ อีก 25% ในสินค้า 128 รายการ นั้น ได้มอบหมายให้นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามติดตามข้อมูลและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินถึงผลกระทบต่างๆทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งกับสหรัฐ และจีนโดยตรง และผลกระทบทางอ้อมจากประเทศคู่ค้ากับไทยอื่นๆด้วย

“ส่วนผลกระทบเป็นอย่างไรนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบ แต่หากเกิดสงครามการค้าขึ้น ก็จะไม่เป็นผลดีต่อการค้าไทยและการค้าโลก ”

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อานวยการสานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวถึง สถานการณ์ที่จีนระงับการลดหย่อนภาษีนาเข้าและประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ 128 รายการ โดยมีผลบังคับใช้ทันที ว่าจีนมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้การตั้งกาแพงภาษีเหล็กและอลูมิเนียมตามมาตรา 232 ของสหรัฐฯ ที่มีผลเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อการค้าของจีน แต่คงจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทย

การขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ 128 รายการโดยจีนครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งอัตราภาษีออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ภาษีนำเข้าอัตรา 15% สำหรับครอบคลุมสินค้า 120 รายการ ได้แก่ ผลไม้สดและแห้ง ถั่วและอื่นๆ ไวน์ เอทานอลแปรรูป โสมจากสหรัฐฯ ท่อเหล็ก คิดเป็นมูลค่า 1,129.50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ กลุ่มที่ 2 ภาษีนาเข้าอัตรา 25% สินค้า ครอบคลุม 8 รายการ ได้แก่ หมู และผลิตภัณฑ์จากหมู อลูมิเนียมรีไซเคิลและผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม คิดเป็นมูลค่า 1,957.63 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทางการจีนให้เหตุผลการขึ้นภาษีในครั้งนี้ว่า มาจากการเพิกเฉยต่อข้อเสนอให้มีการชดเชยการค้า ตาม”ข้อตกลงในการป้องกัน (Agreement on Safeguard)” เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา โดย จีนได้ยื่นรายชื่อ รายการสินค้าที่ถูกระงับการลดหย่อนภาษี พร้อมประกาศอัตราภาษีนาเข้าต่อสินค้าดังกล่าวต่อ องค์การการค้าโลก (WTO) ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มีนาคม เพื่อรักษาผลประโยชน์และชดเชยความเสียหายทางการค้าของจีนจากมาตรการ 232 ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้เรียกร้องและหวังให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการที่ละเมิดกติกาของ องค์การการค้าโลกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเริ่มการเจรจาระหว่างกันเพื่อให้การค้าระหว่างจีนและ สหรัฐฯ กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

“ สนค. มองว่า มาตรการของจีนในครั้งนี้ เป็นการโต้ตอบกันระหว่างสหรัฐฯ และจีนซึ่งเป็นประเทศยักษ์ ใหญ่ทางเศรษฐกิจ 2 อันดับแรกของโลก จึงไม่เกี่ยวกับประเทศไทย แต่แน่นอนว่าคงจะกระเทือนต่อเสถียรภาพ ทางการค้าโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการวิเคราะห์เห็นว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อไทย แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังหากทั้งสองประเทศมีมาตรการในสินค้าอื่นๆ ที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน สนค. มีข้อสังเกตว่า ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างพยายามใช้มาตรการกับสินค้าที่เป็นจุดแข็งหรือฐานเสียงของอีกฝ่าย เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและเทคโนโลยีของจีน และสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งหากมีแรงกดดันจากในประเทศ ก็ อาจจะทาให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มกระบวนการเจรจากันเร็วขึ้นก็ได้ ทั้งนี้ สนค. จะติดตามสถานการณ์และความ เคลื่อนไหวของทางการสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดก่อนถึงกาหนดที่สหรัฐฯ จะประกาศความชัดเจนกำหนดรายการสินค้า ที่จะขึ้นภาษีตามมาตรา301 ในวันที่13 เมษายน ”

Advertisement

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกในสินค้า 128 รายการ คิดเป็นการส่งออกไปจีนประมาณ 11.18% ของมูลค่า ที่สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าดังกล่าวไปโลก โดยมีสินค้าสาคัญ 5 อันดับแรกที่สหรัฐฯมีการพึ่งพาตลาดจีนค่อนข้างมาก ได้แก่ อลูมิเนียมรีไซเคิล องุ่นอื่นๆ โสมสหรัฐฯ เครื่องในแช่แข็ง และผลไม้และถั่วอบแห้ง