นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง “กำกับดูแลกิจการดี ธุรกิจดี : ความก้าวหน้าประเทศไทย” (Better Governance, Better Business : Thailand’s Progress) จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ไอโอดี) ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ว่า เรื่องธรรมาภิบาล (ซีจี) เป็นเรื่องสำคัญที่จะสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นได้ และที่ผ่านมาเรื่องนี้เป็นปัญหาหลักของไทยตามที่มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ฉะนั้นในอีก 1 ปี รัฐบาลพยายามจะออกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีก 10 ฉบับ เช่น ธนาคารชุมชน สวัสดิการสังคมชุมชน วิสาหกิจชุมชน ป่าชุมชน เป็นต้น รวมถึงโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เช่น การให้บริการทางการแพทย์ และการยกระดับการศึกษา เพื่อเพิ่มรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต ผ่านโยบายที่ส่งเสริมในด้านการส่งอออก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนางานวิจัยและพัฒนา
นายประสัณห์ เชื้อพานิช ประธานกรรมการ ไอโอดี กล่าวว่า สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในปัจจุบัน ทำให้เรื่องซีจีในองค์กรต่างๆ ถูกให้ความสำคัญมากขึ้นและเป็นตัวกำหนดบทบาทกลยุทธ์ขององค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในเรื่องกฎหมาย กองทุนซีจี การฝึกอบรม รวมถึงการตั้งคำถามในที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่มากขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มของซีจีที่ดีในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การปฏิรูปเรื่องซีจีของบริษัทจดทะเบียนไทยในช่วงที่ผ่านมาดำเนินการได้ค่อนข้างดี โดยการนำกรรมการจากภายนอกเข้ามาจะเป็นการถ่วงดุลและทำให้มีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจครอบครัว ขณะเดียวกันคาดว่าแนวโน้มเรื่องธรรมาภิบาลจะดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งการประเมินคะแนนที่ใช้เกณฑ์อาเซียน ซีจี สกอร์การ์ด ซึ่งไทยยังอยู่ในอันดับ 1 และการประเมินคะแนนจากฮ่องกงภายในปีนี้

