ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะตลาดหุ้น วันที่ 4 เมษายน 2561 ว่า ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกหลังเปิดตลาดในภาคเช้า ก่อนปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่องในแดนลบ ส่งผลให้ดัชนีปิดตลาดที่ 1,724.98 จุด ลดลง 40.26 จุด หรือลดลง 2.28% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,771.58 จุด ดัชนีต่ำสุดที่ 1,724.90 จุด
มีมูลค่าซื้อขาย 93,160.59 ล้านบาท แบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 3,859.63 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีหลักทรัพย์ขายสุทธิ 3,862.21 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 204.11 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศ ซื้อสุทธิ 7,517.73 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นวันที่ 4 เมษายน ปรับตัวลงหนัก จากความกังวลเรื่องสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน โดยทางสหรัฐฯเตรียมเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่ารวม 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม มองว่ามีโอกาสเจรจาทางการค้าเกิดขึ้นในช่วงนี้ หรือจนกว่าสหรัฐฯ จะประกาศกฎหมายมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 เมษายน 2561 จึงมองว่าสถานการณ์น่าจะผ่อนคลายมากขึ้น ส่วนปัจจัยภายในประเทศ มีความกังวลว่าธนาคารพาณิชย์ถูกกดดันให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งอาจทำได้ยากในปีนี้ เนื่องจากมีผลกระทบจากมาตรการพร้อมเพย์ การลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (ค่าฟี) ปีที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงปีนี้
อีกปัจจัยคือการปรับลดประมาณการรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2561 ลง มีผลกระทบกับกำไรโดยรวม ทำให้นักวิเคราะห์แต่ละสำนักปรับลดราคาพื้นฐานของหุ้นธนาคาร ตลาดจึงเกิดภาวะกังวลต่อราคาหุ้นกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นในวันที่ 5 เมษายนจะคงทรงตัว โดยให้กรอบความเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ไว้ที่ 1,700-1,735 จุด

