นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 เมษายน นายเลียม ฟ็อกซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศสหราชอาณาจักร มีกำหนดเข้าพบหารือเรื่องการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยเเละสหราชอาณาจักรภายหลัง (Brexit) ตลอดจนการดำเนินการของสภาผู้นำนักธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (Thai-UK Business Leadership Council) เพื่อส่งเสริม เเละผลักดันให้เกิดความร่วมมือการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น
ซึ่งที่ผ่านมา ไทยและสหราชอาณาจักร มีความสัมพันธ์ที่ดีในทุกมิติ จึงหวังว่าทั้งสองประเทศจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งทางด้านการค้าและการลงทุนให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น สหราชอาณาจักรเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เป็นคู่ค้าและนักลงทุนรายสำคัญของไทย ซึ่งสามารถขยายความร่วมมือและทำกิจกรรมทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
รวมถึงการชักชวนสหราชอาณาจักรให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ของไทย ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ในสาขาที่สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน เเละอากาศยาน ขณะเดียวกัน ไทยก็มีการลงทุนในสหราชอาณาจักรมากเช่นกัน เช่น ธุรกิจโรงงานถลุงเหล็ก ธุรกิจอาหาร/เครื่องดื่ม และธุรกิจโรงแรม เป็นต้น
ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าอันดับ 18 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2560 มีมูลค่าการค้ารวม 7,019.90 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 19.67 การส่งออกมีมูลค่า 4,079.21 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้เเก่ รถยนต์เเละอุปกรณ์ ไก่แปรรูป รถจักรยานยนต์เเละส่วนประกอบ อากาศยาน อัญมณีเเละเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เเละการนำเข้ามีมูลค่า 2,940.69 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้เเก่ เครื่องจักรกล เเละส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า น้ำมันดิบ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เวชกรรมเเละเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์

