นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 79.9 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ในระดับ 79.3 และปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ โดยเฉพาะดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 26 เดือน ดัชนีความเหมาะสมการซื้อบ้านหลังใหม่และการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 12 เดือนจากปัจจัยบวกเรื่องการท่องเที่ยว การส่งออก การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจใหม่เป็น 4.1% และการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังมีความกังวลเรื่องราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำ และสถานการณ์ทางการเมืองว่าจะเป็นไปตามโร้ดแม็ปที่วางไว้หรือไม่
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 66.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 66.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ระดับ 74.9 เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 74.2 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 98.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 97.4 และดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ที่ระดับ 84.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 83.0
“แม้ว่าผู้บริโภคจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย ไม่ได้จับจ่ายเต็มที่โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ราคาพืชผลการเกษตรยังไม่ดี แต่มีความตั้งใจจะเที่ยวสงกรานต์อย่างสนุกสนาน โดยคาดว่ามีเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ จะแถลงข่าวตัวเลขการใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์อย่างละเอียดอีกครั้งในวันที่ 11 เมษายนนี้” นายธนวรรธน์กล่าว

