เมื่อวันที่ 5 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน แต่มีการปรับตัวขึ้นสลับกับปรับตัวลง กระทั่งปิดตลาดที่ระดับ 1,739.92 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 14.94 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.87% มีมูลค่าการซื้อขาย 61,091.89 ล้านบาท แบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,856.27 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 967.14 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,231.13 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 342.00 ล้านบาท
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกและยืนได้ตลอดทั้งวัน แต่หุ้นกลุ่มธนาคารบางตัว เช่น เคแบงก์ ยังถูกกดดันอยู่ ส่วนตัวอื่นๆ หุ้นปรับขึ้นหรือเด้งขึ้นในช่วงสั้นๆ ส่งผลให้ตลาดหุ้นเป็นบวก เพราะฉะนั้นโดยรวมจึงยังไม่มีปัจจัยอะไรที่จะส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับลดลงหรือแย่กว่าเมื่อวาน (4 เม.ย. 2561 ปรับลดลงกว่า 40 จุด) สำหรับปัจจัยภายนอกประเทศในเรื่องสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน นักลงทุนยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง เนื่องจากมีการตอบโต้กลับไปกลับมา แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายขึ้น เนื่องจากอยู่ในช่วงเจรจาทางการค้า
“ช่วงหลังจากนี้จะเป็นช่วงเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเจรจากันได้ ไม่ได้มีการต่อสู้หรือห้ำหั่นกัน เพียงแต่ช่วงนี้สถานการณ์อาจจะผันผวนมีการตอบโต้กัน เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมจะขึ้นภาษี เพราะฉะนั้นจึงประเมินว่าช่วงประกาศเก็บภาษีจริง ตลาดจะคลายความกังวลไปได้ ทั้งนี้มองว่าหากทั้ง 2 ประเทศยืนยันจะเก็บภาษีจริงก็จะไม่เป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วย โดยผลกระทบต่อไทยอาจจะมีความกังวลเรื่องการรับรู้ข่าวสารเพียงเล็กน้อย และอาจจะกระทบกับหุ้นบางตัว เช่น หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ หรือโลจิสติกส์ ที่ส่งสินค้าออกไปจีน ทำให้หุ้นบางตัวอ่อนตัวลง แต่โดยรวมยังไม่มีผลกระทบต่อไทยโดยตรง”

