หน้าแรก เศรษฐกิจ ขบ.สั่งลงโทษท...

ขบ.สั่งลงโทษทันทีโชเฟอร์สมบัติทัวร์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ทำให้มีผู้เสียชีวิต-ย้ำเจ้าของต้องชดใช้ค่าเสียหาย

7.04.18 | 12:57 น.

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางของบริษัท สมบัติทัวร์ คันหมายเลขทะเบียน 15-9272 กรุงเทพมหานคร เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงราย เกิดอุบัติเหตุเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง เหตุเกิดที่ถนนทางหลวงหมายเลข 1 ต.หลวงเหนือ อ.งาว จ.ลำปาง เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 15 คน ขณะเกิดเหตุมีนายมณเฑียร นาคสวัสดิ์ เป็นพนักงานขับรถ ใบอนุญาตขับรถเลขที่ 1ชร00002/59 สิ้นอายุวันที่ 11 มกราคม 2562 ผู้ประกอบการ คือ บริษัท ขนส่ง จำกัด ซึ่งจากตรวจสอบความเร็วจาก GPS พบว่ามีความเร็วสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ 89 กม./ชม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 05.32 น.นั้น กรมการขนส่งทางบกลงพื้นที่ทันทีพร้อมประสานทุกหน่วยงานในพื้นที่ช่วยเหลือผู้โดยสารผู้บาดเจ็บโดยเร็วที่สุดเป็นลำดับแรก พร้อมเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.จำนวน 4 ราย อีก 11 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยจึงได้ประสานให้บริษัทนำรถคันใหม่มารับผู้โดยสารเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ จ.เชียงรายอย่างปลอดภัย

นายสนิทกล่าวว่า จากการสอบถามเบื้องต้นนายมณเฑียร นาคสวัสดิ์ พนักงานขับรถคนที่ 2 ออกเดินทางจาก จ.พิษณุโลกจนมาถึงจุดเกิดเหตุ สันนิษฐานว่าพนักงานขับรถหลับในทำให้เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดลำปางได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับขั้นสูงสุดเป็นเงิน 5,000 บาท สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถของพนักงานขับรถดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน พร้อมส่งตัวและหลักฐานการสอบปากคำให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีฐานขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำสำนวนส่งฟ้องต่อไป ด้านการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้โดยสาร ตามที่ผู้ประกอบการขนส่งได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด จึงได้ประสานบริษัทประกันภัยให้ดำเนินการชำระค่าชดเชย ค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตให้เรียบร้อย พร้อมกำชับให้สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปางติดตามการช่วยเหลือการเยียวยาจากการประกันภัย ค่ารักษาพยาบาลให้ครบถ้วนและถูกต้องตามสิทธิประโยชน์ ประสาน รพ.ดูแลผู้บาดเจ็บจนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้ออกจาก รพ. และติดตามประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด ด้านผู้ประกอบการสำนักงานขนส่งจังหวัดลำปางได้เรียกผู้ประกอบการมารายงานตัวเพื่อชี้แจงให้ข้อมูลกรณีดังกล่าว หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่งจะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณีความผิด และหากพบเป็นการกระทำผิดซ้ำจะพิจารณาพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการต่อไป

นายสนิทกล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อควบคุม ติดตามพฤติกรรมการทำงานผ่านระบบ GPS Tracking แบบออนไลน์ Real-time ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบกและที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบชั่วโมงการทำงาน ความเร็วรถ รวมถึงจุดจอด จุดพักรถ และส่งเรื่องร้องเรียนหากพบการกระทำผิด ผ่านแอพพลิเคชั่น “DLT GPS” ทางโทรศัพท์มือถือ เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดบนสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ที่รถสาธารณะทุกคัน หรือดาวน์โหลดผ่าน App Store และ Play Store หากประชาชนที่พบเห็นรถโดยสารสาธารณะขับขี่ไม่ปลอดภัย หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ตลอด 24 ชม.