เมื่อเวลา 18.00น. วันที่ 21 มกราคม ที่ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จัดพิธีเปิด “งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ 2559” โดยความร่วมมือของ จังหวัดบึงกาฬ, องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ (อบจ.), เหล่ากาชาดบึงกาฬ, หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ และองค์การหน่วยงานราชการ-เอกชน โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี พณฯ ท่านดาโต๊ะ นาซิเราะห์ ฮุสเซน เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำเทศไทย ท่านบัวมิน จ้วงลาสี หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ แขวงคำม่วน ท่านแสงเพด มุนละไม รองหัวหน้าห้องว่าการปกครองแขวง แขวงบอลิคำไซ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายบัณฑิต หลิมสกุล เลขาธิการกรอบความร่วมมือเอเชีย ACD, นายจาง เหย็น ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการโครงการรับเบอร์วัลเลย์ บริษัท รับเบอร์วัล เลย์ กรุ๊ป จำกัด, นางนพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อานวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร, นายอนุชิต วาณิชย์เสริมกุล Major Network Co.,Ltd ร่วมพิธีเปิดงาน ขณะที่ประชาชนชาวบึงกาฬให้ความสนใจงานนี้อย่างยิ่ง ยังมีตัวเเทนจากจังหวัดต่างๆ รวมถึงชาวสวนยางจากภาคใต้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยรูปเเบบการจัดงานจะเป็นระบบสองภาษา คือ ภาษาไทย เเละภาษาอังกฤษ ทั้งนี้หลังจบพิธีเปิดงานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬ ที่บริเวณเวทีกลางจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตโดยคณะหมอลำ นกน้อย อุไรพร ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้ร่วมงาน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มาเยือนจังหวัดบึงกาฬเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งเมื่อครั้งร่วมรัฐบาลร่วมกับคุณพินิจ จารุสมบัติ ได้ยินท่านกล่าวถึงอำเภอบึงกาฬทุกครั้งเมื่อมีการประชุม เผื่อจะผลักดัน ขับเคลื่อนให้บึงกาฬตั้งขึ้นเป็นจังหวัด พูดไม่หยุดจนกระทั่งมีคนพูดว่า ตั้งๆให้แกไปเถอะ จะได้หยุดพูด แต่คิดผิด จนถึงวันนี้ คุณพินิจยังไม่เคยหยุดพูดเลย มีความตั้งใจจะทำให้จังหวัดพัฒนาขับเคลื่อนยิ่งขึ้นไปอีก รู้สึกภูมิใจกับชาวบึงกาฬเป็นอย่างยิ่ง ขอขอบพระคุณคณะกรรมการจัดงาน และทุกฝ่าย ขอบคุณท่านพินิจ ที่ได้ร่วมกันผลักดันขับเคลื่อน และจัดให้มีงานวันยางพาราขึ้น
“แบบอย่างที่ชาวบึงกาฬกำลังทำอยู่นี้ ต้องใช้คำภาษาอังกฤษว่า “บึงกาฬโมเดล” ที่จังหวัดอื่นๆควรมาเรียนรู้และเอาเป็นแบบอย่าง เพราะประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ส่งออกและผลิตยางพาราอันดับ1ของโลก ปัญหาเรื่องยางพาราที่เกิดในขณะนี้ เป็นปัญหาชั่วคราว ไม่ใช่ปัญหาถาวร เราต้องสร้างโอกาสในวิกฤตขึ้นมาให้ได้ อย่าท้อแท้ อย่าท้อถอย อย่าทิ้งยางพาราไปทำอย่างอื่น เพราะในที่สุดยางพาราก็เป็นที่ต้องการของโลก ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทน โลกต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่มาจากยางพารา” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ยางพาราทำรายได้ให้ไทยปีละประมาณสี่แสนล้านบาท หนึ่งล้านห้าแสนคนทั่วประเทศที่ปลูกยาง รัฐตระหนักดีถึงตัวเลขเหล่านี้ และในช่วงนี้วิกฤตยางพาราตกต่ำ ทำไมถึงตกต่ำ สาเหตุสองอย่าง ไปผูกกันแบบแยกกันไม่ได้ คือ ธรรมชาติ น้ำ ฝน ดิน อีกอย่างคือ ตลาดโลก พูดเรื่องความต้องการ เมื่อตลาดโลกกระทบเนื่องจากต้องการน้อยลง เมื่อผู้ซื้อลดลง ผู้ขายจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร ก็ต้องเกิดเหตุเป็นธรรมดา แต่ความต้องการของผู้ซื้อไม่มีทางหมดไป หากเราไม่เตรียมการในวันนี้ เพื่อพัฒนาให้ยางของเรามีคุณภาพ เราก็อาจเสียโอกาสนั้นไปอย่างน่าเสียดาย วันนี้ราคายางตกต่ำ มีเสียงประชดประชันว่า กี่กิโลร้อยบาท แต่นั่นเป็นเหตุทางธรรมชาติและตลาดโลก แต่รัฐบาลมีหน้าที่แก้ไข สิ่งที่รัฐบาลจะทำท่านก็เห็นอยู่ สิ่งสำคัญคือ ปัญหาเฉพาะหน้าต้องให้เขาอยู่ได้ จากนั้นต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เขาอยู่ได้ในอนาคต สามารถผลิตและแปรรูป อย่างไร เมื่อไม่สามารถพึ่งตลาดโลก จะทำอย่างไรให้สามารถซื้อขายกันในประเทศได้
“สำหรับหมอนยาง กรวยยาง ก็คืออีกทางหนึ่งของประเทศไทย ผมดีใจมาก มีคนมาเล่าให้ฟังว่า สหกรณ์ยางบึงกาฬ ได้ร่วมมือกับ จีน คือ บริษัท รับเบอร์ วัลเลย์ ที่จะผลิตขายทั้งในและนอกประเทศ โอกาสนี้ ถ้าบึงกาฬจะรับเอาภาระการพัฒนาเรื่องยางพารามาทำก็น่าสนใจมาก ผมถามท่านรองผู้ว่าฯ ว่าสินค้าโอท็อปของบึงกาฬคืออะไร ท่านตอบ ว่า ข้าวเม่า ผ้าฝ้าย ไข่เค็ม ของเหล่านี้มันไม่อินเตอร์ จะเเข่งกับที่อื่นก็ยาก ผมว่า เอา หมอนยาง นี่แหละเป็นโอท็อปของบึงกาฬ ทำให้ดี ทำให้มีคุณภาพ จะให้ดีต้องแต่งเพลงให้ ผมตั้งชื่อเพลงให้เลยว่า หมอนยางพาราบึงกาฬ ร้องให้ดังกว่า เพลงกุหลาบปากซัน หรือเอาออกทีวีให้ดังกว่าละครที่ฉายอยู่ตอนนี้อย่างเรื่อง ปดิวรัดา และ ตามรักคืนใจ” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ในส่วนของภาคเอกชน เครือมติชนก็มีส่วนสำคัญ ทำให้งานวันนี้ออกมาดี ผมจะเอาเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดกลับไปรายงานให้รัฐบาล ถ้าพูดถึงยางเเล้วไม่พูดถึงงานกาชาดด้วยก็ดูจะขาดอะไรไปอย่าง เป็นเรื่องดีที่เอามารวมกัน เพราะงานกาชาดใครก็จัดทั้งนั้น เเต่งานวันยางพาราไม่มีใครจัด ถึงจัดก็คงไม่ยิ่งใหญ่เท่าบึงกาฬ ต้องขอบคุณที่หยิบมาผนวกเข้าด้วยกัน ทำให้ทุกอย่างมันเด่นชัดขึ้นมา ขอให้จัดงานเเบบนี้ต่อไป อยากให้คนอื่นได้มาเห็นว่าเรื่องยางพาราไม่ได้สักแต่ปลูกหรือกรีด มันต้องอาศัยความรู้ในเรื่องเทคโนโลยี ความรู้ในการเเปรรูป ความรู้ในเรื่องนวัตกรรมเครื่องมือ ช่วยกันละล้กน้อย ที่เรียกว่าประชารัฐคือแบบนี้ ประชาชนกับรัฐช่วยกัน เป็นพระเอกร่วมกัน

