หน้าแรก เศรษฐกิจ กฟผ.ยอมรับกัง...

กฟผ.ยอมรับกังวลปี63ภาคใต้วิกฤตไฟฟ้า(ชมคลิป)

22.04.18 | 20:14 น.

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.มีความกังวลถึงความมั่นคงระบบผลิตไฟฟ้าภาคใต้ในปี 2563 ที่มีความเสี่ยงจะไม่เพียงพอหากอุณหภูมิไม่ได้เย็นลง เนื่องจากความต้องการใช้ไฟภาคใต้สูงสุด(พีค)เมื่อปี 2560 อยู่ที่ 2,642 เมกะวัตต์ แต่โรงไฟฟ้าหลักจากจะนะและขนอมผลิตจริง 2,024 เมกะวัตต์ ส่งจากภาคกลาง460 เมกะวัตต์ ที่เหลือจากเขื่อน ชีวมวล ลม 140 เมกะวัตต์ ขณะที่การใช้ไฟภาคใต้เติบโตเฉลี่ย 3.4% ทุกปี โดยเฉพาะจ.ภูเก็ตที่เติบโตสูง 7-10% มาจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวและพีคภาคใต้เกิดมากสุดช่วงเวลากลางคืนแม้จะเพิ่มพลังงานหมุนเวียนเข้าระบบก็ไม่ช่วยอะไร ดังนั้นภาคใต้จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าหลักและขอย้ำว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพาจึงมีความสำคัญ

“เมื่อโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องชะลอออกไป ขณะที่การใช้ไฟภาคใต้เพิ่มขึ้นจะยิ่งเสี่ยงมากเช่นกัน ไม่ได้เพียงพอในช่วง 5 ปีแน่นอน ซึ่งตามหลักการภาคใต้ควรจะมีการผลิตไฟประมาณ 3,100 เมกะวัตต์ และหากโรงใดโรงหนึ่งหยุดซ่อมก็ควรผลิตถึง 3,500 เมกะวัตต์ จึงเป็นที่มาของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และเทพา ล่าสุดทางสำนักนโยบายและแผนพลังงาน ก็รับข้อเสนอของกฟผ.ในการส่งเสริมมาตรการการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดพีคลง เรียกว่า มาตรการดีมานด์ เรสปอนส์”นายกรศิษฎ์กล่าว

นายกรศิษฏ์กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มีนโยบายให้กฟผ.ไปพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายสายส่ง 500 เควี จากโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ไปยังจ.สุราฎร์ธานี มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อสร้างประสิทธิภาพสายส่งในพื้นที่ภาคใต้ที่มีปัญหาคอขวดและจัดระบบใหม่ให้รองรับพลังงานทดแทน ดังนั้นจึงต้องเกิดโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติใหม่ขนาด 700-1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งกฟผ.จะต้องเลือกพื้นที่ เบื้องต้นหากโรงไฟฟ้าเกิดในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีก็ไม่ต้องสร้างสายส่งเส้นดังกล่าว เพราะมีสายส่งเดิมรองรับอยู่แล้ว แต่หากโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นที่ขนอมสายส่งดังกล่าวก็จะเกิดประโยชน์โดยกฟผ.จะเร่งสรุปภายในเร็วๆนี้