หน้าแรก เศรษฐกิจ 4 หน่วยงานผนึ...

4 หน่วยงานผนึกกำลังลงนามหนุนงานวิจัยบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แก้ขาดน้ำ-น้ำท่วม

26.04.18 | 20:43 น.

กรมชลประทาน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมลงนามความร่วมมือบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตั้งเป้าบูรณาการการทำงานร่วมกัน พัฒนาองค์ความรู้ และสนับสนุนงานวิจัย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 เมษายน พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่าง กรมชลประทาน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษากับหน่วยงานภาครัฐ ในการสร้างองค์ความรู้และใช้ประโยชน์ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำต่อไป โดยมี นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน และนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมงาน ณ ห้องธารทิพย์ 01 ชั้น 4 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ


นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาวช. สวก. โดยศูนย์วิจัยวิศวกรรมน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และกรมชลประทาน ได้ร่วมมือกันพัฒนาเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำที่มีชื่อว่า “โปรแกรมการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการและทันต่อเหตุการณ์ หรือ NARK4.0” ซึ่งปัจจุบันได้นำมาทดสอบและใช้งานจริงที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center; SWOC) กรมชลประทาน เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล การพยากรณ์ การติดตาม และการสั่งการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยโปรแกรม NARK4.0 เป็นเครื่องมือที่สามารถคาดการณ์ปริมาณฝน ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ และวางแผนตัดสินใจระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำได้ล่วงหน้า 12 เดือน ที่ระดับความแม่นยำมากกว่าร้อยละ 80 และสามารถใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์จำลองปริมาณการไหลในลำน้ำ การจัดสรรน้ำในระดับโครงการชลประทาน ไปจนถึงการคำนวณผลผลิตและรายได้ ผลการพัฒนาแบบจำลองฯ สามารถเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเฉลี่ยได้ร้อยละ 18.02 และสามารถรักษาปริมาณการใช้น้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำเฉลี่ยได้มากถึงร้อยละ 32.99 เป็นการสร้างความมั่นคงทางน้ำต่อสภาวะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้กรมชลประทานมีเครื่องมือในการคาดการณ์สถานการณ์น้ำและช่วยในการตัดสินใจในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำล่วงหน้ารายฤดูกาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนา “แผนที่เกษตรที่เหมาะสมกับการคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุน” จากการพิจารณาปริมาณน้ำต้นทุนคาดการณ์ทั้งปริมาณฝนและน้ำชลประทานที่สามารถส่งถึงคลองส่งน้ำสายหลักและสายซอยจากแบบจำลองคณิตศาสตร์ ร่วมกับพื้นที่ความเหมาะสมของการทำเกษตรกรรมการปลูกพืช (Agri-Map) ทำให้สามารถเสนอแนะแนวทางเลือกการทำเกษตรกรรมที่มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอ และเป็นพื้นที่เหมาะสมในการทำการเกษตรกรรมปลูกพืชให้แก่เกษตรกร ความสำเร็จของโครงการวิจัยดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ทั้งใน ด้านความต้องการน้ำ (Demand) จากการเสนอแนะแนวทางการทำเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนซึ่งสามารถเป็นข้อมูลข่าวสารเชิงรุกให้แก่เกษตรกรในการวางแผนการทำเกษตรกรรม ด้านปริมาณน้ำ (Supply) โดยการพัฒนาเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำให้แก่กรมชลประทาน ใช้ในการคาดการณ์และวางแผนการตัดสินใจระบายน้ำได้อย่างเหมาะสมและ ด้านนโยบาย (Policy) ให้รัฐบาลสามารถใช้ในการกำหนดมาตรการพัฒนาหรือส่งเสริมผลผลิตภาคการเกษตรที่มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีความผันผวนรายฤดูกาล เป็นการสร้างความมั่นคงทางน้ำและความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประเทศไทย การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วนในการสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจึงเป็นแนวทางที่สำคัญ ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำได้ครอบคลุมทุกมิติและยั่งยืน

Advertisement