นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ในปัจจุบัน ตลาดลูกค้าคนจีนกลายเป็นกลุ่มลูกค้าหลักซึ่งมากกว่าลูกค้าชาวไทยด้วยซ้ำ โดยหากพิจารณาจำนวนลูกค้าชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดฯใน จ.เชียงใหม่ พบว่า 60% คือกลุ่มลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ 20% คือกลุ่มลูกค้าในย่านเอเชียประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะฮ่องกงและเกาหลี อีก 20% เป็นชาติยุโรปและอเมริกา
นายภัทรชัยกล่าวว่า สำหรับตลาดคอนโดฯ จ.ภูเก็ตไตรมาสที่ 1 พ.ศ.2561 มียูนิตเปิดขายใหม่ 109 ยูนิต ในเขตเมืองชั้นใน อย่างไรก็ตามพบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีโครงการใหม่เปิดขายในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน เนื่องจากในช่วงปี 2555-2556 มีซัพพลายเกือบ 5,500 ยูนิต เปิดขายในพื้นที่ชั้นใน ส่งผลให้ในพื้นที่เขตเมืองชั้นในในช่วงหลายปีที่ผ่านมามียูนิตเหลือขายในตลาด ส่วนในพื้นที่เมืองชั้นนอกจะเห็นได้ว่ายังคงมีโครงการคอนโดฯเปิดขายใหม่อย่างต่อเนื่องในแต่ละปี แต่มากที่สุดในช่วงที่ 2555-2556 เช่นเดียวกัน เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จ.เชียงใหม่มีการพัฒนาของผู้ประกอบการเอกชนในกลุ่มห้างสรรพสินค้าและคอมมิวนิตี้มอลล์ต่างในพื้นที่รอบนอกขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้คอนโดฯ จ.เชียงใหม่มีการขยายตัวออกไปในพื้นที่เมืองเชียงใหม่รอบนอกมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
นายภัทรชัยกล่าวว่า ณ ไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ.2561 ตลาดคอนโดฯ จ.เชียงใหม่มียูนิตที่อยู่ระหว่างการขาย 10,468 ยูนิต ขายไปแล้ว 7,664 ยูนิต หรือประมาณ 73.2% เหลือขาย 2,804 ยูนิต หรือคิดเป็น 26.81% ซึ่งจากพิจารณาจากทำเลที่ตั้ง จะเห็นว่าคอนโดฯในเขตเมืองชั้นในปัจจุบันมีคอนโดฯที่อยู่ระหว่างการขายประมาณ 4,001 ยูนิต ขายไปแล้ว 2,908 ยูนิต หรือคิดเป็น 72.7% เหลือขาย 1,093 ยูนิต หรือคิดเป็น 27.3% และในเขตพื้นที่เมืองชั้นนอกมีคอนโดฯเปิดขายประมาณ 6,467 ยูนิต ขายไปแล้ว 4,755 ยูนิต หรือคิดเป็น 73.5% เหลือขาย 1,712 ยูนิต หรือคิดเป็น 26.5% ซึ่งจะเห็นว่าอัตราการขายคอนโดฯใน จ.เชียงใหม่ในเขตเมืองชั้นใน และเขตเมืองชั้นนอกมีอัตราการขายที่ใกล้เคียงกัน
นายภัทรชัยกล่าวว่า ส่วนราคาขายเฉลี่ยของคอนโดฯใน จ.เชียงใหม่ในเขตพื้นที่เมืองชั้นในปัจจุบันมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 78,900 บาท/ตร.ม. ซึ่งบางโครงการมีราคาขายเฉลี่ยสูงไปถึง 130,000 บาท/ตร.ม. ส่วนในเขตพื้นที่เมืองชั้นนอกมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 55,300 บาท/ตร.ม. และบางโครงการมีราคาขายเฉลี่ยสูงถึง 100,000 บาท/ตร.ม. ทั้งนี้รูปแบบของการพัฒนาส่วนใหญ่จะเป็น 1 ห้องนอน ประมาณ 66% หรือประมาณ 6,909 ยูนิต รองลงมาคือ รูปแบบสตูดิโอ 24% ประมาณ 2,512 ยูนิต รูปแบบ 2 ห้องนอน ประมาณ 9% หรือประมาณ 942 ยูนิต และ 3 ห้องนอน มีประมาณ 1% หรือประมาณ 105 ยูนิต
“ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีน ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อไว้เพื่อการลงทุน หรือไว้เป็นที่อยู่อาศัยในวัยเกษียณ เนื่องจากปัจจุบันคนจีนสามารถบินตรงจากประเทศจีนถึงเชียงใหม่ได้ในเวลาที่รวดเร็วโดยประมาณ 2.30 ชม. นอกจากนี้ยังมีสายการบินประจำที่บินตรงไปยังจีนแผ่นดินใหญ่และเขตปกครองพิเศษของจีนอีก 15 สายการบิน ใน 14 เส้นทาง มากถึง 36 เที่ยวบิน/วัน และตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 61 เป็นต้นมา เฉพาะผู้โดยสารชาวจีนเฉลี่ยวันละ 6,000 คน โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากจีนเดินทางมายังเชียงใหม่ประมาณ 1.4 ล้านคน แต่สำหรับในปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาใน จ.เชียงใหม่กว่า 2 ล้านคน” นายภัทรชัยกล่าว
นายภัทรชัยกล่าวว่า ที่น่าสนใจคือ ในปีที่ผ่านมา ประเทศจีนมีนโยบายปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชั่นเป็นอย่างมาก ซึ่งการนำเงินออกนอกประเทศเป็นสิ่งที่ค่อนข้างทำได้ยากและมีความยุ่งยากเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าที่ซื้อคอนโดฯใน จ.เชียงใหม่บางรายถึงกับใช้วิธีการรูดบัตรเครดิต ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้จะถือบัตรเครดิตหลายใบ และจะใช้การรูดชำระค่าคอนโดฯทั้งหมดแทนการโอนเงินกลับมาจากประเทศที่แสนจะยุ่งยาก ซึ่งทำเลที่กลุ่มลูกค้าชาวจีนสนใจ คือ ในเขตพื้นที่เมืองชั้นใน นิมมานเหมินท์ รอบๆ สนามบิน และรอบๆ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ต่างๆ เป็นต้น การซื้อจะเป็นการซื้อตามโควต้า 49% ที่ต่างชาติสามารถจะซื้อได้ และนอกจากนี้ยังมีการซื้อผ่านบริษัท หรือผ่านนอมินีในรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย
“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทต่างๆ โรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร หรือธุรกิจในด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่เปิดให้บริการใน จ.เชียงใหม่ที่เป็นของชาวจีนเป็นจำนวนมาก เพราะนักลงทุนชาวจีนสนใจในการเปิดบริษัทเพื่อไว้รองรับนักท่องเที่ยวจากจีน มีการเทกโอเวอร์โรงแรมเป็นจำนวนมาก และยังมีธุรกิจการท่องเที่ยวอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ที่กลุ่มนักลงทุนจากจีนเข้าไปเปิดกิจการใน จ.เชียงใหม่ โดยผ่านทางการจัดตั้งบริษัท และหานอมินีคนไทยมาถือหุ้นร่วมอีก 1-2 คน แต่อำนาจตัดสินใจจะอยู่ที่คนจีนทั้งหมด ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจที่จะต้องมีการจัดการ ดูแลและควบคุมให้ถูกต้องและรัดกุม ซึ่งหากมิฉะนั้นแล้วรายได้จากการท่องเที่ยวของกลุ่มชาวจีนที่เข้ามาแทบจะไม่ตกไปถึงคนในท้องถิ่นเลย เนื่องจากเงินรายได้เหล่านั้นจะตกไปอยู่แค่ในกลุ่มนักลงทุนชาวจีนในการเข้ามาทำธุรกิจเท่านั้น ประเทศไทยจะแทบไม่ได้รับผลดีจากการท่องเที่ยวเลย” นายภัทรชัยกล่าว
นายภัทรชัยกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มปี 2561 ตลาดคอนโดฯ จ.เชียงใหม่ คาดการณ์ว่าตลาดยังคงจะชะลอตัวไปอยู่แต่ก็ไม่มากเท่ากับปี 2559-2560 เพราะมีปัจจัยสนับสนุนที่มาจากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่กำลังจะเกิดในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนของภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ดีขึ้น เพราะที่สำคัญ ได้แก่โครงการขยายสนามบินเชียงใหม่เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว 18 ล้านคนในปี 2568 โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โครงการมอเตอร์เวย์ เชื่อมเชียงใหม่-เชียงราย โครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณสามแยกแม่โจ้(เทพปัญญา) ขนาด 6 ช่องจราจร

