นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวไปในทิศทางบวก โดยมีแรงส่งจากภาคอุตสาหกรรม ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในพื้นที่ที่ได้รับอานิสงส์ดังกล่าวโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาพืชผลทางการเกษตรมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในภาคการเกษตรยังคงชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายในบางจังหวัด รวมถึงธุรกิจ เมกา โฮม ยังไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ และได้มีการเปิดตัวบริการใหม่ โฮมโปร เซอร์วิส แอพพลิเคชั่น เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารสำหรับซื้อบริการมากกว่า 40 รายการ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการเติบโตของโฮมโปรในอนาคต
นายคุณวุฒิกล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อย สิ้นไตรมาส 1 โดยมีรายได้รวมจำนวน 15,900.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 627.77 ล้านบาท หรือ 4.1% แบ่งเป็นรายได้จากการขาย จำนวน 14,874.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 604.06 ล้านบาท หรือ 4.23% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจโฮมโปร และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาใหม่ทั้งธุรกิจ โฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย รายได้ค่าเช่า และบริการอีกจำนวน 499.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.02 ล้านบาท หรือ 3.75% เป็นผลมาจากรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้ามาร์เกต วิลเลจ นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่น จำนวน 526.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.68 ล้านบาท หรือ 1.09% โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากค่าบริการโฮมเซอร์วิสทำให้บริษัทมีผลกำไรสุทธิ 1,248.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 202.25.05 ล้านบาท หรือ 19.33%

